
ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน พร้อมกับ สส.พรรคประชาชน ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบกับปลาหมอคางดำ รับเรื่องร้องเรียนจาก เครือข่ายเกษตรกร 19 จังหวัดซึ่งเป็น 19 จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
โดย นายณัฐชา กล่าวว่า ขณะนี้ปลาหมอคางดำเป็นเรื่องที่วนเวียนกลับมาอีกครั้งตนเคยทวงถามในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และเคยยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่แล้วหรือรัฐบาลนี้ และเคยเรียกร้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่จะมาดูแลเรื่องงานวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับการกำจัดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ และกระทรวงมหาดไทยที่ต้องเร่งดำเนินการไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งทุกวันนี้ประชาชนได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น เช่น ในบ่อกุ้งที่ประชาชนเลี้ยงพบว่ามีปลาหมอคางดำมากกว่า 10 กิโลกรัม, บ่อปลากระพงที่เป็นปลานักล่าก็ล่าไม่ไหวมีแต่ปลาหมอคางดำ อยู่เต็มบ่อทั้งนี้ ในเขตพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี มีความวิตกกังวลในเรื่องของปริมาณและเรื่องปลาหมอคางดำที่เข้ามาตลอดแนวชายฝั่ง หรือแม้กระทั่งจังหวัดสงขลาแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่ทะเลสาบสงขลา ที่ยังเป็นห่วงอย่างยิ่งว่ากำลังจะถูกรุกรานจากปลาหมอคางดำ
ซึ่งเราเคยนำเสนอไปนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ได้รับการตอบกลับและมีการพูดคุยไปถึงเรื่องของรัฐบาลกำลังจะมีการเร่งรัดขออนุมัติงบกลางจำนวนกว่า 6,000 ล้านบาทไปดำเนินการซื้อปุ๋ยจากต่างประเทศเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกร
"ผมไม่ติดขัดเรื่องของการแจกปุ๋ยให้กับเกษตรกรแต่ติดขัดคือปุ๋ยที่นำมาแจกนั้นนำมาจากที่ใดในเมื่อเกษตรกรชาวประมงผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังคงตกอยู่ในความลำบากในเรื่องของปลาหมอคางดำท่านไม่มีแม้แต่มาตรการที่หันมาเหลียวแลเกษตรกรเหล่านี้ว่าจะมีการกำจัดหรือรับซื้อปลาหมอคางดำไปแปรรูปหรือกำจัดหรือทำปุ๋ยเพื่อส่งต่อไปเป็นปุ๋ยให้กับเกษตรกรหรือเกษตรที่ทำการเพาะปลูก ไม่มีการพูดคุยหรือพูดถึงในเรื่องนี้เลย นี่คือความเจ็บช้ำความเจ็บปวดของเกษตรกรคนไทยอย่างยิ่ง" นายณัฐชา กล่าว
ด้าน นายปัญญา โตกทอง ตัวแทนเกษตรกรบางขุนเทียน "อาชีพของผมเลี้ยงกุ้งมา เจอปลาหมอคางดำตั้งแต่ปี 2555 หลายปีผ่านไปแล้ว โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องกินยาตาย ผูกคอตายไปหลายคน แล้วเวลาจัดสัมมนามีงาน หลายครั้ง มีแต่ท่านผู้รู้ แต่ไม่ใช่ผู้เดือดร้อน รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้อยู่เรื่องเดียวคือใครนำปลาหมอคางดำเข้ามา"
เรื่องผักตบชวา รัฐบาลยังให้ความสำคัญ แต่ปลาหมอคางดำ งบประมาณไม่ถึง 500 ล้านบาท เราเห็นด้วยหมด แต่ขอให้ทำให้จริง ไม่ใช่ทำไม่จริง ใช้งบจับไปแล้วก็หยุด ปลาหมอคางดำเกิดง่าย รอดมาก โตช้า กินไม่หยุด เพราะไม่มีกระเพาะ หน่วยงานทำแบบไม่มีทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย สะเปะสะปะ รัฐบาลต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้ายังทำงานอยู่แบบนี้ ประเทศไทยจะมีปลาหมอคางดำกินเพียงอย่างเดียว ชายฝั่งทะเลก็โดนไปหมดแล้ว แล้วจะให้ทำอาหาร ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำเสื่อมโทรม ท่านการันตีว่าปลอดภัยหรือไม่ ตนห่วงลูกหลานว่าวันข้างหน้าจะไม่เหลืออะไร
"ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยโดนหมด แต่นายทุนทำผิด ไม่โดนอะไรเลย"
นายพีระ วงษ์เจริญ ตัวแทนเกษตรกรภาคตะวันออก กล่าวว่า ความเดือดร้อนมีความรุนแรงขึ้น มาตรการที่พวกเราเคยเรียกร้องรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2568 จนถึงวันนี้ ยังไม่พบมาตรการที่จะมาเยียวยาแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวประมงได้เลย เราเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษก็ยังไม่พบ มีการประกาศภัยพิบัติเฉพาะเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แต่เขตอื่นยังไม่มีการประกาศ เราอยากให้มีการประกาศเพราะมันกระจายตัวไปทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ แผนวาระแห่งชาติปี 2567 - 2570 ไม่สามารถทำงานได้ ประชาชนขาดความมีส่วนร่วมที่แท้จริง
"กลายเป็นระบบราชการสั่งการ เออออห่อหมก ทำกันเอง ใช้เงินงบประมาณสูญเปล่า ต้องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมสัดส่วน 2 ใน 3 เพื่อไปดำเนินการบริหารจัดการตามมาตรการ ใช้ภาคประชาชนเป็นส่วนนำ ภาครัฐเป็นส่วนหนุน"
ผู้กระทำผิดต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ถ้าไม่แก้ไขให้เร็วที่สุด เรามีมาตรการที่จะยกระดับให้สูงขึ้น เพราะเราอยู่ไม่ได้แล้ว ภายใต้สภาวะที่วิกฤตซ้อนวิกฤต เราอยู่ไม่ได้ รัฐบาลต้องเข้าใจเรา แล้วพบกันที่ทำเนียบรัฐบาล
ด้านนายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ที่พัทยาในพื้นที่ก็พบแล้วในทะเล เกิดภาวะการกลัวปลาหมอคางดำ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงน้ำ จึงต้องทำความเข้าใจว่าสามารถทำกิจกรรมในทะเลได้ปกติ เพราะปลาหมอคางดำไม่ทำร้ายคน ขอวอรัฐบาลทำความเข้าใจสื่อสารกับประชาชนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน เพื่อจะไม่กระทบกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
ส่วน นายสิทธิพร ลีลานภาศักดิ์ ทนายความ หนึ่งในคณะทำงานคดีปลาหมอคางดำ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่แรก ซึ่งตนเองเห็นมาตั้งแต่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ แล้วเมื่อได้ลงพื้นที่พบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริง ซึ่งเบื้องต้นได้รับ เรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือมา 6 จังหวัด และ ปัจจุบันของจังหวัดสมุทรสงครามได้ยื่นฟ้องในคดีสิ่งแวดล้อม ไปที่ศาลแพ่งกรุงเทพฯใต้แล้ว และศาลได้มีคำสั่งรับเป็นคดีแบบกลุ่มแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่ามีคำสั่งเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นหรือไม่ ถ้ารับเป็นการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ก็จะดำเนินการสืบพยานต่อไป หากศาลให้ความเห็นแย้งก็จะเป็นการดำเนินคดีแบบสามัญหรือแบบแยกเป็นรายบุคคล โดยหลังจากนี้จะเป็นการฟ้องร้องคดีในส่วนจังหวัดที่เหลือ
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวย้ำว่า ในสมัยประชุมที่แล้วตนได้ยื่นญัตติด่วนในเรื่องนี้ผลักดันให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติวันนี้จึงอยากมา ทวงถามรัฐบาลอยากเห็นความจริงใจและจริงจังขอรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ หากยังเป็นเช่นนี้วาระแห่งชาติจะสำเร็จชาตินี้หรือชาติหน้า หากทำไม่สำเร็จไม่ใช่ประชาชนและชาวประมงเดือดร้อน หลายคนเสียชีวิตจากปัญหานี้ อีกทั้งปัญหาจะข้ามพรมแดนกลายเป็นเรื่องใหญ่อีก รวมถึงการเยียวยาประชาชน ประกาศเป็นภัยพิบัติที่ยังคาอยู่ในหลายจังหวัด ส่วนผู้กระทำความผิดชาวบ้านร้านตลาดรู้ทั้งหมดแต่หน่วยงานรัฐไม่รู้รู้หรือแกล้งไม่รู้สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ที่อยากเรียกร้อง ไม่อยากให้ชาวบ้านรู้สึกว่าชาวบ้านทำอะไรก็ผิดแต่นายทุนไม่ผิด อยากให้รัฐบาลรีบเร่งแก้ไขให้ความจริงใจกับการแก้ปัญหานี้ก่อนที่กลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะหายไปจากประเทศไทย
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ณ ห้วงเวลานี้ สส.ในสภาผู้แทนราษฎรรวมไปถึงเครือข่ายชาวประมงเคยประกาศและบอกผู้มีอำนาจทั้งหมดไปแล้วว่าจะลุกลามหนักขึ้นกว่าเดิม เปรียบเทียบได้เป็น 2-3 เท่า กว่าช่วงเริ่มต้น เพราะขาดความจริงใจจริงจังจากผู้บริหาร วันนี้ตัวแทนเกษตรกรประกาศชัดว่าขอคำตอบจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรการความช่วยเหลือและคำตอบอย่างชัดเจนจากนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดว่าจะมีมาตรการแก้ไขวาระแห่งชาติที่ประชาชนทุกระดับเผชิญอยู่นี้ได้อย่างไร และภายใน 30 วันนี้ขอคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจด้วย
เมื่อถามว่า รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดแต่ทำอะไรไม่ได้ใช่หรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า เราได้ร้อยเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็รู้ว่า ใครเป็นผู้นำเข้าและผู้กระทำความผิดแต่ใครที่ไม่รับรู้นั่นคือหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของรัฐเป็นกุญแจสำคัญและกลไกหลักที่จะยืนยันได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้นำเข้าใครกันแน่ที่เป็นผู้กระทำความผิดที่เป็นต้นตอเหมือนที่กรมประมงออกมายืนยันทันทีว่าปลา ในกระป๋อง เป็นปลานิล เรื่องนี้กรมประมงก็เป็นคนที่จะยืนยันได้แต่กรมประมงไม่กล้ายืนยันอะไรเลย กระบวนการทางศาลก็ฟ้องไปแล้ว เมื่อคำตัดสินออกมาก็จะยิ่งชัดขึ้น
นายณัฐชา กล่าวว่า วันนี้เราฟ้องหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และหน่วยงานอื่นๆที่อยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐแล้วจะเอาความพิพากษาตรงนั้นมายืนยันซึ่งในการฟ้องเอกชนเราก็ดำเนินการด้วยในการฟ้องแพ่ง ซึ่งในขณะนี้เอกชนที่เป็นจำเลยก็ดำเนินการคัดค้านอยู่ และอยู่ในชั้นอุทธรณ์
Advertisement