
(12 พ.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยยืนยันรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ภายใต้เป้าหมาย "ต้องชนะยาเสพติด"
โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า เน้นย้ำจะเดินหน้าบูรณาการร่วมทุกหน่วยงาน เร่งสกัดกั้น ปราบปราม และยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการเงินและลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศอย่างเด็ดขาด
ด้านนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นับจากที่แถลงข่าวไปเมื่อ 19 มกราคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการขยายผลการจับกุม และปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานตลอดหลายเดือน สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 183,979 คดี ตรวจยึดยาบ้า 915 ล้านเม็ด ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม เฮโรอีน 756 กิโลกรัม คีตามีน 5,222 กิโลกรัม และยาอีอีกกว่า 274,000 เม็ด พร้อมอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท ซึ่งผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานต่างๆ โดยรัฐบาลยืนยันให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังและให้การช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและขอให้ทุกท่านร่วมกันปฏิบัติงานอย่างจริงจัง และยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติดตลอดจนแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ
ตนเองขอเน้นย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลมีความจริงจัง และให้ความสำคัญอย่างมาก โดยมุ่งมั่นที่จะเอาชนะขบวนการยาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะยาเสพติดเป็นภัยอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนและสังคมไทย ตัวเองต้องขอบคุณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้สหน้าที่ ข้าราชการทุกนาย ที่ปฏิบัติงานทุ่มเทเสียสละ เพื่อขจัดภัยต่างๆ
นายกฯ ยังบอกอีกว่า ตัวเองโชคดีที่มีความเป็นสหายกับ ผบ.ตร. และ เลขาธิการ ปปส. และผูิบัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนระดับปฏิบัติการที่คบค้าสมาคมเป็นพี่เป็นน้องกันมาตลอด ฉะนั้นการส่งข้อมูลข่าวสาร การยืนยันการให้การสนับสนุนการให้กำลังใจ เราทำทุกรูปแบบทั้งทางการและเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำไปเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมย้ำว่าไม่มีอิทธิพลไหนจะมาทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าตรงนี้ไขว่เขวได้เด็ดขาด
พร้อมอยากจะเตือนผู้ที่ยังกระทำผิดอยู่ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก็คงบาดเจ็บไปเยอะแล้ว กำไรทั้งหมดก็คงอยู่ที่นี่หมดแล้ว น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำแล้ว "ควักทุนแล้ว รับรอง" ยิ่งเพิ่มเข้ามาในระบบมากเท่าไหร่ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ไทยที่จะไปขจัด ปราบปรามการกระทำเหล่านั้น เราถือว่าเป็นศรัตรู เรามีหน้าที่ที่จะทำให้ท่านพินาศและมลายหายไป อยู่บนพื้นแผ่นดินไม่ได้นี่คือสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำ และเลิกกระทำแบบนี้เสียไปหาอาชีพที่ถูกกฎหมายทำ เพราะโทษหนักถึงจำคุกตลอดชีวิต พร้อมยืนยันกับประชาชนว่าจับกุมได้ทุกรูปแบบแน่นอน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยัง เปิดเผย การขยายผลจับกุมเครือข่ายรายสำคัญหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งการลำเลียงยาเสพติดผ่านรถยนต์ บ้านพัก พัสดุขนส่งเอกชน และเส้นทางข้ามจังหวัด โดยมีคดีสำคัญ เช่น การยึดไอซ์ 498 กิโลกรัมที่ จ.เพชรบูรณ์, ยึดยาบ้ากว่า 30 ล้านเม็ดในพื้นที่ภาคเหนือ, ตรวจยึดยาบ้าเกือบ 7 ล้านเม็ดที่ซุกในระบบขนส่งเอกชนจากเชียงใหม่ส่งลงภาคใต้ รวมถึงการสกัดจับไอซ์ 600 กิโลกรัม และ 300 กิโลกรัมในพื้นที่ภาคกลาง
นอกจากนี้ ยังมีคดีที่ตำรวจสอบสวนกลางยังจับกุมชายมาเลเซีย 3 ราย ลักลอบขนไอซ์ 97 กิโลกรัมผ่านขบวนรถไฟ พร้อมทลายแหล่งผลิตสาร "เอโทมิเดต" ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย หรือ "พอตเค" ในพื้นที่ จ.ชลบุรี อีกด้วย
Advertisement