
ที่อาคารรัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วยฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา ว่า เพื่อหารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นการพิจารณากฎหมายที่ทางคณะรัฐมนตรีได้ยืนยันกลับมาที่สภา โดยในที่ประชุมได้มีการพูดคุย ถึงการกำหนดกรอบระยะเวลา และประเด็นเนื้อหาที่จะอภิปรายในเนื้อหาของกฎหมายแต่ละฉบับ
เมื่อถามถึงพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ในเรื่องของการใช้เงินจากพ.ร.ก.นี้ หลังจากที่มีการโปรดเกล้าแล้ว รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม จึงทำให้ประธานสภาไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ร่างพ.ร.ก.กู้เงิน เข้าที่ประชุมสภาฯในวันที่ 14 พฤษภาคม ดังนั้นในวันดังกล่าวจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามปกติที่มีการตั้งกระทู้ถามสด และกระทู้ถาม ทั่วไป ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการ 35 คณะ ถ้ามีการบรรจุระเบียบวาระเราก็พร้อมที่จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญภายในสัปดาห์นี้
จากนั้นในวันที่ 15 พฤษภาคม ก็จะมีการประชุมนัดแรกของทุกคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตั้งประธานและตำแหน่งอื่นๆ เพื่อสัปดาห์ถัดไปกรรมาธิการแต่ละคณะจะได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่า ถ้าฝ่ายค้านเสนอญัตติ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.ก.กู้เงิน จะต้องเตรียมคนเพื่ออภิปรายตอบโต้หรือไม่ นาย กรวีร์ กล่าวว่า เขายื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ในวันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคมนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะยื่นเสนอญัตติดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งคาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วัน
เมื่อถามว่ากังวลเรื่องความล่าช้าในการประกาศใช้พ.ร.ก. กู้เงินหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะตอนนี้พ.ร.ก.ที่คณะรัฐมนตรี เซ็นนั้น มีผลบังคับใช้ ประกาศเป็นกฎหมายแล้ว จึงขอยืนยันกับประชาชนให้รับทราบ การที่เสนอ พ.ร.ก.เข้าสภาฯนั้นเป็นเพียงการยืนยัน และทำให้เป็นกฎหมาย แต่เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายทางสภาเองก็ต้องชะลอการพิจารณาออกไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และตนเชื่อว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไรประธานรัฐสภาจะรีบบรรจุ ให้เป็นวาระในการพิจารณาต่อไป
Advertisement