
(9 พ.ค. 2569) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย จากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ถึงความคืบหน้าการดำเนินการพระราชกำหนดกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด พร้อมยืนยันว่า ทั้งตนเอง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงผู้ที่กำกับดูแลหน่วยงานใช้งบประมาณโดยตรงทุกฝ่าย ได้ใช้ความเข้มงวดในการดำเนินงานอย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า เงินกู้ดังกล่าวเมื่อถูกนำมาใช้ จะถูกส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชนโดยไม่มีโครงการหรือกระบวนการใดเข้ามาเป็นตัวกลาง เพราะรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิต ลดภาระค่าครองชีพ และช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการดำเนินการของ พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวให้สะดุดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกฎหมาย คาดว่าขณะนี้พระราชกำหนดได้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว และคาดว่าภายในวันนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นหลังจากนี้ทุกอย่างถือเป็นความรับผิดชอบของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชกำหนดฉบับนี้แล้ว ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสีย หรือมาตรการดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด พร้อมแสดงความหวังว่าทุกอย่างจะดำเนินไปในทิศทางที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
นายอนุทิน ยังยืนยันว่า การใช้งบประมาณจากเงินกู้ก้อนนี้จะไม่มีการรั่วไหลแม้แต่สตางค์เดียว โดยรัฐมนตรีทุกคนในคณะรัฐมนตรี ซึ่งร่วมกันพิจารณาและเห็นชอบให้ออกพระราชกำหนดฉบับดังกล่าว จะช่วยกันสอดส่องดูแลและติดตามการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เงินกู้ก้อนนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและพี่น้องประชาชนทุกคน
Advertisement