
วันที่(1 พฤษภาคม 2569) หลังเกิดเหตุความเสียหายในสวนทุเรียนหลายจุด บริเวณบ้านตกพรมและบ้านบ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากพายุฤดูร้อนต้นทุเรียนจำนวนมากถูกแรงลมพัดโค่นล้มทั้งต้น ส่งผลให้ผลผลิตที่กำลังจะเก็บเกี่ยวต้องสูญเสียไปในพริบตา สร้างความเสียหายรวมกว่า 100 ตัน สร้างความเสียใจและเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลังเกิดเหตุนายชัยวัฒน์ สวัสดิภูมิ นายอำเภอขลุง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เกษตรอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อประเมินสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
โดยเบื้องต้นได้ทำการมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบเหตุจากเหตุพายุพัดถล่มจนหลังคาบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสวนที่ได้รับผลกระทบเพื่อนำข้อมูลเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเพื่อประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูงบประมาณ นำมาช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป นายอำเภอขลุง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ของวันที่(30เมษายน 2569) ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงพัดเข้าปกคลุมหลายพื้นที่ในอำเภอขลุง ส่งผลกระทบใน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลตกพรม ,ตำบลบ่อเวฬุ และตำบลตะปอน จากการสำรวจความเสียหายในวันนี้ พบว่าสถานที่เกิดภัย ในอำเภอขลุง มีพื้นที่
ตำบลตกพรม ที่ได้รับความเสียหายจำนวน 5 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 1,2,4,5 และ 9
พื้นที่ตำบลบ่อเวฬุ ได้รับผลกระทบ 5 หมู่บ้านคือหมู่ 1,หมู่ 2, หมู่ 3, หมู่ 6, หมู่ 7 และพื้นที่ตำบลตะปอนได้รับผลกระทบ 1 หมู่บ้านคือหมู่ที่ 5 พบว่าลมพายุพัดถล่มหลังคาบ้านเรือนประชาชนเสียหาย และสวนทุเรียนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มีต้นทุเรียนโค่นล้มและผลทุเรียนที่ใกล้ถึงกำหนดเก็บเกี่ยวร่วงหล่นเสียหายทันที ส่งผลให้ภาพรวมความเสียหายของผลผลิตทุเรียนในครั้งนี้สูงกว่า 100 ตัน และมีความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 81 ครัวเรือน
บรรยากาศในพื้นที่พบต้นทุเรียนขนาดใหญ่ที่ปลูกมานานหลายปีล้มระเนระนาด บางส่วนรากถูกถอนขึ้นมาทั้งแผง สร้างความเสียหายอย่างมาก เมื่อทุเรียนกำลังอยู่ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างรายได้ ทั้งนี้ ทางอำเภอขลุงได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วนต่อไป
นายอาทิตย์ เฉลียว เป็นเสียหายของสวนทุเรียนที่ถูกพายุฤดูร้อนถล่ม เปิดเผยว่าพายุลมมาด้วยความแรงและเร็ว ในขณะที่ตนเองนั้นไม่ได้อยู่พื้นที่ในสวนแต่มีน้องชายอยู่ หลังจากนั้น ไม่ถึงชั่วโมงทุเรียนจำนวนมาก โดนลมพายุโครพังพินาศเสียหาย รวมกว่า20-30 ตัน ขณะที่ความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ธรรมชาติแต่ต้องทนต่อสู้ต่อไปเพราะมันเกิดขึ้นแล้วส่วนแฟนสาวสาวที่ได้โพสต์หรือได้ไลฟ์ผ่านทาง สื่อโซเชียลตนเองก็ให้กำลังใจเนื่องจากแฟนของตนเองนั้นเป็นคนกรุงเทพฯไม่ใช่คนพื้นที่จึงตกใจกับเหตุการณ์ พายุลมพัดทุเรียน ซึ่งเป็นรุ่นสองที่กำลังจะ ซึ่งเป็นรุ่นสองที่กำลังจะตัดขายได้ภายในอีกหนึ่งอาทิตย์ ที่จะถึงนี้
ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์พายุที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่สวนทุเรียนใน จ.จันทบุรี ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะสวนที่อยู่ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ และได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีประสานผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่สำรวจความเสียหายโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรชาวสวนที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน
ในส่วนของทุเรียนที่ได้รับผลกระทบ แต่มีความพร้อมสามารถตัดได้ และมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งมากกว่า 30% กระทรวงพาณิชย์จะนำผู้ซื้อและผู้ประกอบการเข้าไปคัดเลือกผลผลิตจากสวน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะทุเรียนทอด เพื่อช่วยลดความเสียหาย ลดการสูญเสียของผลผลิต และช่วยให้เกษตรกรยังสามารถสร้างรายได้จากผลผลิตที่ได้รับผลกระทบได้บางส่วน
ขณะเดียวกัน ทุเรียนที่ยังอยู่บนต้นและไม่ได้รับความเสียหาย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จะเข้าไปดูแลเป็นกรณีพิเศษ โดยจะประสานนำผู้ซื้อเข้าไปรับซื้อผลผลิตโดยตรง เพื่อช่วยสร้างตลาดรองรับผลผลิตและช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลนี้
Advertisement