
วันที่ ( 29 เม.ย 69 ) เมื่อเวลา 16.00 น. สถานการณ์ความตึงเครียดที่บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา ปะทุขึ้นอีกแบบรายชั่วโมงจนเป็นที่น่าเป็นห่วง โดยสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทหารกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง พร้อมทหารฝ่ายต่อต้านจำนวนมากพร้อมอาวุธครบมือ โดยมีการจัดวางกำลังและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดีได้เข้าโอบล้อมและยิงโจมตีใส่ค่ายทหารเมียนมาขนาดใหญ่ กองบัญชาการยุทธการที่ 1 ค่ายทีตาแหล่ บ.ทีตาแหล่ อ.วาเลย์ใหม่ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา
ซึ่งค่ายทหารเมียนมาแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามหมู่บ้านวาเล่ย์ใต้ หมู่ที่ 2 อำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยทหารฝ่ายต่อต้านระดมส่งหมู่บินโดรนบินทิ้งระเบิดถล่มลงใจกลางค่ายทหารเมียนมาหลายระลอกจนเกิดควันระเบิดลอยขึ้นเต็มท้องฟ้าเหนือค่ายทหารเมียนมาค่ายทีตาแหล่ พร้อมยิงอาวุธสงครามถล่มซ้ำหลายครั้ง ส่วนทหารเมียนมาได้ร้องขอการสนับสนุนการช่วยเหลือและโจมตีทางกาศโดยกองทัพอากาศเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบหลายลำบินทิ้งระเบิดเข้าไปในพื้นที่ของทหารฝ่ายต่อต้านตั้งอยู่เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วแนวชายแดนสองฝั่งประเทศ
ส่วนทหารเมียนมาบนค่ายทีสะแหล่ ซึ่งตรวจทราบพิกัดฝูงบินโดรนของทหารฝ่ายต่อต้านได้อย่างแม่นยำก็ระดมยิงอาวุธหนักจำนวนมากถล่มริมลำห้วยวาเล่ย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งฝูงบินโดรนฝ่ายต่อต้านซ่อนตัวอยู่ ซึ่งเสียงระเบิดที่ตกใกล้แนวชายแดนไทยก็ทำให้ชาวบ้านวาเล่ย์ใต้ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ต้องรีบหาพื้นที่ปลอดภัยหลบซ่อนตัวโดยทันที
ขณะเดียวกันหลังทหารเมียนมาและทหารฝ่ายต่อต้านเปิดการปะทะทางอากาศอย่างหนัก จนสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น กองทัพอาศไทยได้ส่งเครื่องบินรบ f -16 ติดอาวุธจำนวน 2 ลำรีบขึ้นบินลาดตระเวนเพื่อปกป้องน่านฟ้าไทยเหนือแนวชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยเสียงคำรามของเครื่องบินรบกองทัพอากาศไทยสร้างความดีใจให้กับชาวบ้านอำเภอพบพระ จังหวัดตากเป็นอย่างมากที่เห็นเครื่องบินรบกองทัพอากาศไทยบินระดับต่ำเหนือแนวชายแดนไทย-เมียนมา จนชาวบ้านฝั่งไทยรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้นและทำให้การปะทะทางอากาศในฝั่งประเทศเมียนมาเงียบสงบลงโดยทันที
ล่าสุดการยิงปะทะของกองกำลังทหารฝ่ายต่อต้านและทหารเมียนมา ยังคงมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอาจจะมีลูกกระสุนปืนและลูกระเบิดหลุดหลงข้ามมาตกในฝั่งประเทศไทยได้ เนื่องจากพื้นที่แนวยิงปะทะอยู่ใกล้แนวพรมแดนฝั่งประเทศไทย ซึ่งทำให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ได้นำกำลังเข้าไปประจำในพื้นที่ตรงข้ามแนวยิงปะทะพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงและพร้อมทำการยิงตอบโต้ทันทีหากมีการยิงอาวุธหนักตกลุกล้ำอธิปไตยของไทย
Advertisement