Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“ดร.เจษฎ์” จี้รัฐบาล เลิกใจดีกับเขมร-ชงตัดความสัมพันธ์

“ดร.เจษฎ์” จี้รัฐบาล เลิกใจดีกับเขมร-ชงตัดความสัมพันธ์

29 เม.ย. 69
10:55 น.
แชร์

“ดร.เจษฎ์” จี้รัฐบาลเลิก “ใจดี” กับกัมพูชา ชงสะบั้นสัมพันธ์-ปิดด่าน สยบปัญหารุกล้ำพื้นที่และแก๊งสแกมเมอร์

 

วันที่ 29 เม.ย.2569 หลังจากที่ นาย หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เข้าพบอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ล่าสุดรศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาที่กำลังเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างกว้างขวางในสังคม โดยแสดงจุดยืน เรียกร้องให้คนไทยและภาครัฐ ตระหนักถึงปัญหาความขัดแย้งและอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน พร้อมเสนอให้ทางการไทยใช้มาตรการที่เด็ดขาดในการจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศใหม่

"ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชามีมิติที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOU) 43 หรือ 44 โดยตลอดหน้าประวัติศาสตร์นับตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงวิกฤตการณ์สงครามกลางเมืองในกัมพูชาเมื่อ 40-50 ปีก่อน ประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือและเกื้อกูลชาวกัมพูชามาโดยตลอด

​โดยเฉพาะในยุคที่มีผู้อพยพหนีภัยสงครามเข้ามา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ในรัชกาลที่ 9) ได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ดูแลผู้อพยพชาวกัมพูชาเป็นอย่างดี ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานบริเวณชายแดน เช่น บ้านหนองจาน รวมถึงการอนุโลมให้ชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่อาศัยและสัญจรในพื้นที่พิพาทและแนวชายแดน อาทิ เขาพระวิหาร ช่องอานม้า ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย มาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้กล่าวถึงท่าทีของกัมพูชาในเวลาต่อมา ซึ่งกลับกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อไทย มีทั้งการรุกล้ำพื้นที่ ขุดสนามเพลาะ และการใช้อาวุธโจมตีพลเรือน ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันพื้นที่ตะเข็บชายแดนยังกลายเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มมิจฉาชีพ หรือ "สแกมเมอร์" (Scammers) ที่สร้างความเดือดร้อนหลอกลวงทั้งคนไทยและประชาคมโลก ซึ่งผู้แทนระดับรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตของไทยได้เคยนำข้อกังวลเหล่านี้ไปชี้แจงในเวทีระหว่างประเทศมาแล้ว

"เราดูแลมานานแล้ว ทางกัมพูชาเกิดเป็นปฏิปักษ์กับเรา ยิงปืนเข้าใส่พลเรือน ยิงอาวุธเข้ามา รุกคืบเข้ามา ขุดสนามเพลาะ ก่อปัญหา แล้วยังไม่พอ หลอกลวงคนไทยรวมถึงชนชาวโลกทั้งหลายผ่านตะเข็บชายแดน โดยใช้บรรดาสิ่งที่คนเขาเรียกกันว่า Scammers ทุกวันนี้ ประเทศไทยเราจะทนอยู่ได้หรือ ในเมื่อเราดูแลถึงเพียงนี้ เอกอัครราชทูตเรา ผู้แทนในระดับรัฐมนตรีของเรา ก็พูดในเวทีระหว่างประเทศมาหลายครั้งแล้ว ชี้แจงแถลงไขให้ชนชาวโลกได้รับรู้ได้รับทราบ" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้เตือนสติสังคมไทย ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องทบทวนท่าที โดยระบุว่า "ถ้าเราใจดีต่อไป เราไม่สะบั้นสัมพันธ์ ไม่ตัดไมตรี เพื่อที่จะให้กัมพูชาสำนึก... ประเทศไทยเราจะทนอยู่ได้หรือ ในเมื่อเราดูแลถึงเพียงนี้" พร้อมเสนอว่ารัฐบาลควรเปลี่ยนมาตรการ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นบรรทัดฐานในการเจรจาอย่างเคร่งครัด แทนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าเหมือนในอดีต รวมถึงได้โต้แย้งกลุ่มที่มองว่า ประเทศที่มีพรมแดนติดกันจำเป็นต้องพึ่งพากันทางเศรษฐกิจและไม่สามารถปิดด่านชายแดนได้ โดยชี้ให้เห็นว่าแนวคิดดังกล่าวไม่เป็นความจริงเสมอไป หลายประเทศทั่วโลกเลือกที่จะปิดพรมแดนระงับความสัมพันธ์เป็นเวลานานเมื่อเกิดปัญหา และจะกลับมาเปิดเจรจากันอีกครั้งก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะเคารพสิทธิและไม่กระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันแล้วเท่านั้น

"ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องแก้ปัญหา ก่อนที่เรากับกัมพูชา จะสามารถสานสัมพันธ์ หรือ... มีไมตรีกันได้ ดังนั้น พี่น้องชาวไทย อย่าหลงใหลไปกับการที่หลายคนมาบอกว่า มันเป็นเรื่องเศรษฐกิจ มันเป็นเรื่องที่เราต้องทำมาค้าขายกัน มันเป็นเรื่องที่บ้านเมืองอยู่ติดกันยังไงก็ตามเราจะปิดด่านไม่ได้ เราจะต้อง... อยู่ด้วยกัน เราจะต้องไปมาหาสู่กัน ไม่จริงครับ หลายประเทศ ก็ปิดต่อกันเป็นเวลานาน จนกว่าเมื่อถึงกาลที่จะสามารถพูดคุยกันได้ ก็ค่อยมาคุย" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Advertisement

แชร์
“ดร.เจษฎ์” จี้รัฐบาล เลิกใจดีกับเขมร-ชงตัดความสัมพันธ์