
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามทุกความคิดเห็นและยินดีที่ประชาชนได้รับทราบมาตรการและเข้าใจถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการช่วยเหลือค่าครองชีพ บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนแบบพุ่งเป้า หลังจาก "นิด้าโพล" เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพ เรื่อง "พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ" ในช่วง 20-21 เม.ย. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ตอบรับเชิงบวกต่อ 12 มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อเพื่อภาคการเกษตร และการอุดหนุนค่าน้ำมัน ที่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยโครงการสินเชื่อ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" สำหรับภาคการเกษตร วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ได้รับการตอบรับสูงสุด ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 71.30 เห็นว่าเหมาะสมดี
ขณะที่ มาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งและผู้ประกอบการรถสาธารณะได้รับเสียงตอบรับในระดับสูงเช่นกัน อาทิ การอุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส รถตู้โดยสาร และรถสองแถวในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่อเนื่อง โดยมีผู้เห็นว่าเหมาะสมร้อยละ 68.78 ขณะที่รถโดยสารไม่ประจำทางประเภทมินิบัสหรือรถตู้โดยสาร ร้อยละ 66.87 รถโดยสารไม่ประจำทางประเภทรถบัส ร้อยละ 65.50 และรถบรรทุกน้อยกว่า 10 ล้อ (รวมรถกระบะ) ร้อยละ 65.26
รวมทั้ง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพบริการสาธารณะ โดยการอุดหนุนค่าน้ำมันรถแท็กซี่ มีผู้เห็นว่าเหมาะสมร้อยละ 64.12 รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ร้อยละ 62.14 รวมถึงรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ร้อยละ 62.51 สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับแนวทางลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสินค้า
สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารออมสิน เพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และจัดซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ EV มีผู้เห็นว่าเหมาะสมร้อยละ 56.49 สะท้อนว่า มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น
น.ส.รัชดา ยังเผยว่าในส่วนของมาตรการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ที่ประชาชนคาดหวังให้มีการช่วยเหลือเพิ่มเติมนั้น รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยค่าครองชีพอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น มาตรการช่วยค่าไฟฟ้า โดยกระทรวงพลังงานเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ลดค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยกว่า 14 ล้านครัวเรือน สำหรับประชาชนที่ใช้เกิน 200 หน่วยนั้น จะพยายามลดเรต 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ซึ่งรัฐบาลพยายามปรับโครงสร้างราคาให้เป็นขั้นบันได คือ ยิ่งใช้น้อย เรตราคาค่าไฟก็จะต่ำ หากใช้มาก เรตค่าไฟก็จะแพง
สำหรับประชาชนที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วย อาจพิจารณาการติดโซลาร์เซลล์ ซึ่งรัฐบาลจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การลดหย่อนภาษี และรับซื้อไฟที่ผลิตเกิน รวมถึงการลดขั้นตอนต่างๆ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเร่งรัดมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งเพิ่มเติม "คนละครึ่ง พลัส" ให้มากยิ่งขึ้น โดยคาดว่า จะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนมิถุนายน นี้
"ผลโพลต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามเสียงสะท้อนของประชาชน รัฐบาลพร้อมนำทุกความเห็นมาร่วมออกแบบและกำหนดนโยบายสาธารณะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมๆ ปรับโครงสร้างประเทศในระยะยาว" น.ส.รัชดา กล่าว
Advertisement