
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน ว่า ตนเองยังรอฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลถึงความตั้งใจการใช้จ่ายเงินเป็นว่าเรื่องอะไรแต่แนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังนำเสนอมาตลอดอยากให้รัฐบาลบริหารจัดการต้นทุนให้มากที่สุดก่อน ซึ่งขณะนี้ยังมีภาษีสรรพสามิตไม่ว่าจะเป็นค่าการกลั่นซึ่งสามารถลดลงได้อีกมากพอสมควร มาช่วยต้นทุนก่อนยิ่งรัฐบาลช่วยได้มากเท่าไหร่ความจำเป็นที่จะใช้เงินดูแลปลายทางก็จะน้อยลง
ซึ่งคิดว่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าสำหรับทุกฝ่ายเพราะหากใช้การกู้เงินมาแล้วพยายามช่วยเหลือก็จะเกิดประเด็นอีกว่าช่วยเหลือกลุ่มไหนช่วยอย่างไร แต่หากลดค่าการกลั่นลงมาได้อีก 5 บาท จะช่วยได้ทุกคน จึงขออย่าไปมองว่าช่วยได้เฉพาะคนที่ใช้น้ำมัน แต่เป็นการช่วยประชาชนจากต้นทุนการขนส่งที่ลดลงด้วย แต่การที่ไม่พยายามทำตรงนี้และหวังไปช่วยปลายทางซึ่งแม้จะยอมตัดภาษีสรรพสามิตก็จะกลายเป็นการเสียน้อยเสียยาก แต่ก็เข้าใจได้ว่าในสถานะการคลังตอนนี้การจะขยายเพดานหนี้สาธารณะอาจจะเป็นเรื่องที่จำเป็นจึงอยากฟังว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วรัฐบาลต้องมีแผนชัดเจนพอสมควรว่าจะไม่ให้ลุกลามบานปลายไปขยายไปเรื่อยหรือแนวทางอย่างไรที่จะทำให้มีรายได้กลับเข้ามา
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่าตนเองเจอนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ยืนยันไปว่า หากเดือนมีนาคมลดมา 2 บาทในขณะที่ค่าการกลั่น 7-8บาท แล้วเดือนเมษายนขยับขึ้นมา 15 บาท จึงอยากให้เร่งทำเพราะตอนนี้รัฐบาลไปรอดูราคาเฉลี่ยแล้วมาเก็บ ซึ่งใจเราอยากให้มีการทำระบบเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษที่เรียกว่า “ภาษีลาภลอย” ในสถานการณ์แบบนี้แล้วให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงเลยไม่เช่นนั้น อย่างเดือนเม.ย.ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ซึ่ง ได้มา14-15 บาท หากเก็บตั้งแต่ต้นเดือนอาจจะช่วยได้เยอะ
นายอภิสิทธิ์ ได้ยกตัวอย่างว่าราคาน้ำมันดีเซลตอนนี้ อยู่ที่ลิตรละ 42 บาท หาก ลดภาษีสรรพสามิตไป 6 บาท เก็บค่าการกลั่นอีก 5 บาท ราคาน้ำมันก็เกือบจะกลับไปอยู่ที่ 30 บาท แต่พอปล่อยราคาน้ำมันทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นราคาไป แต่เมื่อน้ำมันปรับราคาลดลงรัฐบาลก็ต้องดู ให้สินค้าราคาลดลงตาม พรรคประชาธิปัตย์จึงอยากให้รัฐบาลบริหารต้นทุนให้เร็วที่สุดเพื่อจะช่วยลดภาระรัฐบาล ไปช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนการประชุมนโยบายคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ในวันพรุ่งนี้จะมีข่าวดีออกมาหรือไม่ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะนำเอาข้อเสนอแนะที่ตนเองเสนอไปพิจารณาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเชื่อว่ากระทรวงพลังงานลดราคาลงมาได้อยู่แล้ว เพราะรัฐมนตรีก็พูดเป็นหลักการว่าที่เก็บ 2 บาท สัมพันธ์กับตัวเลขเดือนมี.ค. แต่พอเดือนเม.ย. ราคาขยับสูงขึ้นก็ต้องปรับตาม แต่ยังติดปัญหาการคำนวนพรีเมี่ยมวอลล์หรือต้นทุนที่สูงขึ้นมา ซึ่งอาจมีการโต้แย้งกันระหว่างตัวเลขที่เอกชนรับมากับตัวเลขที่เป็นความจริง แต่ตนยังเชื่อว่าค่าการกลั่น 5 บาท ยังเก็บได้สบาย
Advertisement