
ที่อาคารรัฐสภา นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการ และแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กล่าวก่อนการนัดแรกเพื่อเลือกผู้ทำหน้าที่ประธานและรองประธาน
โดย นายจักรพล กล่าวว่า จุดประสงค์ในการทำงานของกมธ.ชุดนี้ ก็สอดคล้องกับร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดที่จัดทำเสร็จแล้ว และค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาในสภาชุดก่อน โดยในการพิจารณาอาจเชื่อมโยงถึงข้อห่วงใย ที่มีการทับซ้อนในข้อกังวลจาก พ.ร.บ.ฉบับใหญ่ ซึ่งตั้งกรอบเวลาพิจารณาไว้ 3 เดือนสำหรับกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อสรุปข้อห่วงใยต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งในสัปดาห์หน้าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ในชั้นสมาชิกวุฒิสภาก็จะทำให้สามารถพิจารณาได้ต่อในมาตราที่ค้างอยู่ได้ทันที
นายจักรพล ยังระบุว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นว่ามีความคิดเห็นที่ตรงกันในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดก็เชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้เดินหน้าต่อ
"ไม่งั้นจะต้องเริ่มนับศูนย์ใหม่ จะเป็นการเสียเวลาหายนะที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือตอนบน และจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM 2.5 กระทบหนักจริงๆ หวังใจว่าครม. จะให้ผ่านตามมาตรา 147 ภายใน 60 วัน" นายจักรพลกล่าว
นายจักรพล ยังกล่าวถึงเสียงสะท้อนของวุฒิสภาบางคน ที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ว่า หากมาถึงวินาทีนี้จากสัญญาณ ของนายกรัฐมนตรีที่ได้พูด เชื่อว่าร่างกฎหมายจะได้เดินหน้าต่อ และเข้าใจในข้อห่วงใยจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) หรือ สว. ที่ต้องเข้าใจว่าเป็นร่างกฎหมายใหญ่ และร่างมาฉบับสมบูรณ์ที่สุดต่อประชาชน
ส่วนในข้อห่วงใยก็มีข้อกฎหมายลูกหรือกฎหมายรองอยู่ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาระหว่างการทำงาน เช่น ในช่วงค่าปรับสูงจะกระทบกับการค้าการลงทุนหรือไม่ ซึ่งในกฎหมายกำหนดช่วงเวลาในการปรับตัวของภาคเอกชน จากปัญหาการเผาต้นทาง และจนถึงปลายทางซึ่งจะโดนค่าปรับต่อเมื่อไม่ปฏิบัติตาม วิถีโลกร้อนโลกรวน ปัญหา ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายต้องบัญญัติขึ้นมาเพื่อทวงคืนอากาศสะอาดให้กับชาวไทย นี่คือเป้าหมายหลักที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้
เมื่อถามถึงข้อกังวล 8 ประเด็นของนายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายจักรพล กล่าวว่า ตนเข้าใจในข้อห่วงใย แต่ในกฎหมายยึดหลักอากาศบริสุทธิ์ของชาวไทย ซึ่งกรรมาธิการชุดนี้จะมาคลายข้อกังวลในกรณีที่มีผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุดและหาทางออกให้กับทุกฝ่าย ไม่ได้เป็นไม่ได้เป็นเพียงเสือกระดาษที่มีกฎหมายแล้วปฏิบัติจริงไม่ได้
Advertisement