
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในรูปแบบออนไลน์ว่า ประชุมในวันนี้ (13 เม.ย.) ได้มีการหารือกันถึงแนวทางการรับของอาเซียนต่อผลกระทบในสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะด้านพลังงาน และอาหาร รวมถึงการเตรียมความพร้อม ในการสร้างกลไกการทำงานของอาเซียนให้เข้มแข็ง ในการรับมือต่อสถานการณ์เร่งด่วน พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการทางการทูตต่อไป และไทยได้ยืนยันให้ทุกฝ่ายทั้งอิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ฯลฯ เคารพกติตาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเดินเรือด้วยความปลอดภัยผ่านช่องแคบที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งประเทศไทย คาดหวังต่อหวังจุดยืนนี้มาก และได้เรียกร้องอย่างชัดเจน เพราะเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน ที่ต้องอาศัยการเดินเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง รวมถึงยังเป็นหลักการระหว่างประเทศด้วย
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทย เป็นห่วงว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ซึ่งตนเข้าใจว่า สถานการณ์มีความซับซ้อน การเจรจาต้องมากกว่า 1 ครั้ง ดังนั้น จึงหวังว่า ทุกฝ่าย จะยังคงใช้ความพยายามทางการทูตในการแก้ไขสถานการณ์ต่อไป
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า อาเซียนเป็นเป็นห่วงที่สหรัฐอเมริกา จะใช้กองทัพเรือปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเพิ่มความตึงเครียด และความขัดแย้ง ซึ่งเชื่อว่า อาเซียนและประชาคมโลกไม่พึงประสงค์ จึงขอให้ทั้งสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล พยายามมุ่งหน้าสู่การเจรจา เพื่อลดความตึงเครียด และความรุนแรง เพื่อนำไปสู่สันติภาพ
ส่วนแนวทางการรับมือผลการเจรจาของตะวันออกกลางที่ยังไม่บรรลุผลนั้น นายสีหศักดิ์ ยอมรับและเห็นว่า การเจรจานั้นไม่ง่าย และมีประเด็นที่ซับซ้อน ซึ่งแต่ละฝ่ายยังขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน แม้การกระชุมไม่สำเร็จตามที่ฝ่ายคาดหวัง แต่ตน ก็หวังให้มีการเดินหน้าการเจรจาต่อไป และขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เคารพข้อตกลงหยุดยิงต่อไป รวมถึงให้เคารพต่อเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยด้วย
ส่วนที่มีข้อเสนอการดำเนินการจากทั้งฝ่ายจีน และฝ่ายปากีสถานนั้น นายสีหศักดิ์ บอกว่า ตนยินดีกับข้อเสนอของทุกฝ่าย ที่ต้องการให้สันติภาพเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง และขอให้ทุกฝ่าย ได้พิจารณาข้อเสนอจากฝ่ายต่าง ๆ ด้วยเจตนาที่ดี และสร้างสรรค์ ทั้งของจีน สหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไปได้
ส่วนผลกระทบด้านพลังงานต่ออาเซียนนั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า อาเซียน ได้รับผลกระทบต่อความมั่นคงพลังงานและราคา ทำให้ประเทศอาเซียนต้องดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน ไม่เฉพาะราคาน้ำมัน และแก๊สเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงค่าครองชีพของประชาชนในอาเซียนด้วย ซึ่งแม้อาเซียนโดยรวม จะยังไม่สามารถร่วมมือกันได้ เพราะต้องแก้ปัญหาภายในแต่ละประเทศ แต่ก็เป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้อาเซียนมองในระยะยาวร่วมกัน ในการสร้างความร่วมมือทางพลังงานกันมากขึ้น โดยใช้กรอบความร่วมมือที่มีให้เป็นรูปธรรม โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศอาเซียน ได้ขอให้รัฐมนตรีพลังงานของประเทศอาเซียน
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ยังได้หารือถึงการมีมาตรการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น ประเทศที่ผลิตพลังงานได้ จะช่วยเหลือประเทศอาเซียนที่ไม่มีแหล่งพลังงาน หรือมีวิกฤตขาดแคลน และร่วมมือในการหาพลังงานสะอาดทดแทนผ่านอาเซียน Power Grid, พลังงานน้ำและไฟฟ้า เพื่อแบ่งปันพลังงานระหว่างกัน รวมถึงร่วมมือในพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน แลกเปลี่ยนองความรู้ ระทมทุนผ่านเอกชน หรือสถานบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อช่วยอาเซียนพัฒนา
ส่วนความมั่นคงด้านอาหารนั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า อาเซียนมีความได้เปรียบ เพราะเป็นแหล่งส่งเสบียงสู่โลกอยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีความร่วมมือในการสำรองปริมาณอาหาร เผื่อกรณีที่ประเทศอาเซียนใดไม่ได้เป็นผู้ผลิตขาดแคลน หรือไม่เพียงพอ ซึ่งประเทศอาเซียนจะได้ช่วยเหลือ รวมถึงยังมีโครงการการสำรองข้าว ผ่านกรอบความร่วมมืออาเซียน+3 ที่อาจจะต้องขยายไปถึงสินค้าอาหารอื่น ๆ ด้วย
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ ยังเห็นว่า อาเซียนจะต้องมีขีดความสามารถ ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ระหว่างประเทศ หรือภายในร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งประเทศเวียดนาม ได้จัดทำเอกสาร เพื่อเป็นพื้นฐานการหารือ เพื่อให้มีความพร้อมในโครงสร้างสถาบัน และวิธีการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถทำงานได้รวดเร็ว และสามารถตอบสนองเหตุการณ์ได้
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ นอกจากจะมีการหารือถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางแล้ว ยังมีการประชุมเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ฟิลิปินส์เป็นเจ้าภาพ และจะจัดการประชุมขึ้นระหว่าง 7-8 พฤษภาคมนี้ด้วย
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยความคืบหน้าของการกู้ร่าง 3 ลูกเรือมยุรีนารีหลังพบชิ้นส่วนว่า ขณะนี้ ได้นำชิ้นส่วนลงมาจากเรือแล้ว และรอการตรวจสอบชันสูตร เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัด ซึ่งทางบริษัทเจ้าของเรือกำลังประสาน และกระทรวงการต่างประเทศ ก็พร้อมช่วยอำนวยความสะดวก
Advertisement