
เว็บไซต์ ขแมร์ไทม์ส รายงานว่า รัฐบาลใหม่ของไทยภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี*) มีความต้องการที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ที่ทำไว้กับกัมพูชาเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล
กัมพูชา ระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงฝ่ายเดียวถือเป็นการ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และทำลายความพยายามหลายปีในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเล รวมถึงผิดต่อจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือของทั้งสองประเทศ
ทางการไทยระบุว่าสาเหตุมาจากความคืบหน้าในการปักปันเขตแดนและการเจรจาด้านพลังงานที่ล่าช้าตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การยกเลิกนี้จะส่งผลให้ข้อเสนอการแบ่งผลประโยชน์แบบ 50-50 สิ้นสุดลง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ
บันทึกความเข้าใจดังกล่าว เป็นข้อตกลงกรอบการทำงาน ที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันบริหารจัดการและกำหนดขอบเขตพื้นที่ทับซ้อนขนาดประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร ในอ่าวไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อแบ่งเขตแดนทางทะเลและพัฒนาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซไปพร้อมๆกัน
ในแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าว ได้สะท้อนถึงเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริง และความตั้งใจร่วมกันของกัมพูชาและไทย ในการแสวงหากรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนร่วมกัน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตใจ และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
แถลงการณ์ ระบุเพิ่มเติมว่า MOU 44 เป็นตัวแทนของความปรารถนาดีของทั้งสองประเทศ ในการสร้างเขตแดนทางทะเล ที่ตั้งอยู่บนมิตรภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดของข้อตกลงดังกล่าว MOU ยังมีผลบังคับใช้ต่อไป จนกว่าวัตถุประสงค์ทั้งหมดของข้อตกลงจะบรรลุผลครบถ้วน
Advertisement