
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 9-10 เมษายนนี้ว่า จะต้องมีการถามถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาพลังงาน และราคาสินค้า เนื่องจาก ราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้ามีการปรับตัวตามด้วย ดังนั้น การอภิปรายนโยบายของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องการทราบมาตรการแก้ไขพลังงาน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงแล้วในอนาคตราคาน้ำมันมีการปรับตัวลง รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรในการรับมือ เช่น ผู้ประกอบการไม่ยอมปรับลดราคาลงภายหลังราคาน้ำมันปรับตัวลง ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีมาตรการเด็ดขาด
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงนโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาลว่า นโยบายมีนโยบายอย่างไร ทั้งหลักประกันสุขภาพที่ประชาชนได้รับผลกระทบค่ารักษาที่ต่ำกว่าค่ารักษาจริง และทำให้โรงพยาบาลทุน รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ที่ประเทศไทยยังมีเหลื่อมล้ำทั้งอาคารเรียน สถานที่ อุปกรณ์การเรียนการสอน และบุคลากรการศึกษา ที่รัฐบาลจะมีนโยบายในการแก้ไขอย่างไร
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงนโยบายการกระจายอำนาจของรัฐบาลด้วยว่า ทุกรัฐบาลมีการพูดถึง แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงวาทกรรม ซึ่งตนต้องการเห็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่มีการปฏิรูปกันตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา โดย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และมีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกฎหมายบัญญัติชัดเจนว่า จะต้องจัดสรรงบประมาณไม่ต่ำกว่า 35% ให้กับท้องถิ่น แต่ปัจจุบันกว่า 27 ปี การกระจายงบประมาณยังอยู่เพียง 29% ยังไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งตนได้เสนอให้ความเห็น ควรกระจายให้ถึง 40% และกรอบอำนาจหน้าที่ที่เป็นปัญหา รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไร รวมถึงการแก้ไขคุณสมบัติของผู้บริหารท้องถิ่น รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรหลังร่างกฎหมายตกไปในชั้นวุฒิสภา หลังมีการยุบสภา
นายชัยชนะ ยังย้ำถึงปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศไทย ซึ่งจะครอบคลุมถึงปัญหาชายแดน และภัยจากสแกมเมอร์ข้ามชาติด้วย ซึ่งถือเป็นความมั่นคงแห่งรัฐ โดยจะมีการแบ่งสรรการอภิปรายกันใน สส.ผู้อภิปรายของพรรค
ส่วนนโยบายเร่งด่วนอย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสของรัฐบาลนั้น นายชัยชนะ ระบุว่า จะต้องพิจารณานโยบายการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย รัฐบาล ได้นำมากำหนดไว้ครบถ้วนหรือไม่ และนโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ได้นำมาบรรจุไว้ครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วนจะต้องทวงถาม เพื่อขอความชัดเจนว่า จะมีแนวทางอย่างไร
Advertisement