
(7 เม.ย. 2569) ที่กระทรวงมหาดไทย ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย จากนั้นได้เข้าแนะนำตัวและพบปะข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มาเข้าร่วม ทั้งผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังหน่วยงานราชการในจังหวัดต่างๆ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย
โดย นายอนุทิน ได้กล่าวมอบนโยบายต่อข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ว่า พวกเราทุกคนดีใจที่ได้กลับมา ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยร่วมกับพวกท่านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในการนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลง ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน แต่ตน มท.1 ยังคนเดิม แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน ซึ่งตนได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความสามารถ มีความจำเป็น และสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับกระทรวงมหาดไทยและประชาชน
ซึ่งทั้ง 3 คนนี้ ต้องบอกว่าไม่ใช่เป็นเด็กแล้ว หากเทียบกับตนเป็นเด็กเท่านั้นเพราะอายุห่างกันมาก แต่เรื่องวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์การศึกษา และหน้าที่การงานความรับผิดชอบทั้ง 3 คนนี้ถือว่าเป็นบุคลากรในทางการเมืองก็ผ่านการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการคัดเลือกของประชาชนโดยตรง ในพื้นที่ที่แต่ละคนสำคัญ ในทางการทำงานในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ผ่านงานในกรรมาธิการต่างๆ เป็นประธานคณะกรรมการต่างๆ เป็นเลขานุการรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
อย่าง นายพลพีร์ ก็ได้ทำงานร่วมกับตนมาตั้งแต่ปี 2562 ในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นก็ได้ไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร นายเจเศษฐ์ ทุกคนคงรู้จัก ดูเผินๆคล้ายรอยนายราเชศ ขันนา อดีตนักแสดงชาวอินเดีย แต่จริงๆ นายเจเศรษฐ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรมามากมาย มีประสบการณ์และมีความเข้าใจ ในระบบการปกครองชาวบ้านประชาชน ในพื้นที่ ที่ท่านรับผิดชอบ
ส่วน นายวรศิษฏ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ก็น่าจะเป็นสมัยที่ 3 แล้ว เริ่มเข้ามาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 มาจากจังหวัดสตูล เป็นผู้ที่ทำให้ปัญหาต่างๆ อย่างประมง และเรื่องการทำกินในพื้นที่ภาคใต้ได้รับการถ่ายทอดเข้ามายังพรรคภูมิใจไทย ที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ ซึ่งเราได้ร่วมกันทำนโยบาย ทำให้เราสามารถมีบทบาท ในการบริหารราชการแผ่นดินได้
โดยหลักแล้วทั้ง 3 คน จะมาทำงานร่วมกันในกระทรวงมหาดไทยนี้ ซึ่งคิดว่าแนวทางวิธีการการทำงาน ทั้งหลายก็คงจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ดี พวกเราทุกคนมาจากพรรคการเมืองเดียวกัน และการทำงานยืนยันว่ามาช่วยผลักดันนโยบายของรัฐบาล ที่กำลังจะมีการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา 9- 10 เมษายน นี้
Advertisement