
จากกรณี น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศบก. เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังจากมีการส่งไลน์ข้อความต่อๆ กันว่า จะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันจำนวน 3 บาท ว่าเป็นเรื่องเฟคนิวส์
แต่ต่อมา คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้แจ้งผลการประชุมวันที่ 1 เม.ย. 69 โดยที่ประชุมมีมติปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล 4.11 บาท/ลิตร เป็น 17.78 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาท/ลิตร เป็น 44.24 บาท/ลิตร ด้านน้ำมันไบโอดีเซล B20 ปรับลดอัตราเงินชดเชย 3.99 บาท/ลิตร เป็น 20.12 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร เป็น 39.24 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน PTT Station และบางจาก ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 1.20 บาทต่อลิตร ยกเว้นพรีเมี่ยม GSH95 ที่ราคาคงเดิม
จนโลกออนไลน์แห่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ข่าวจริงราคาน้ำมันขึ้นมากกว่าข่าวปลอมเสียอีก
ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 2 เม.ย. 69 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “Bow Nuttaa Mahattana” ระบุว่า การที่ข่าวปลอมบังเอิญมีตัวเลขใกล้เคียงกับตัวเลขที่ออกมาจริงๆ ในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าเราควรสนับสนุนให้คนเชื่อข่าวตามกลุ่ม LINE แทนหน่วยงานรัฐนะคะ
ปลัดกระทรวงพลังงานอยู่ในที่ประชุม ศบก. เมื่อวานตอนมีการปล่อยข่าว 3 บาทช่วงห้าโมงเย็น ทางกระทรวงจึงรีบแจ้งเตือน fake news และศบก.จึงต้องแถลงต่อเนื่องย้ำข้อความเดียวกันตอน 18.05 น. เลย เพราะตอนนั้นปลัดยังไม่ได้เดินทางไปถึงที่ประชุม กบน. เพื่อพิจารณาตัวเลขหลังได้ราคาน้ำมันจากตลาดกลางสิงคโปร์ตอนทุ่มนึงเลยค่ะ
ในภาวะวิกฤตแบบนี้เรายังต้องเจอความพยายามปล่อยข่าวปลอมอีกมากด้วยจุดประสงค์ต่างๆ นานา และบางครั้งอาจเกิดอันตรายได้ จึงอยากให้ช่วยกันระมัดระวังด้วยนะคะ
Advertisement