
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า มีข้อมูลว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมส่งเรือรบอีก 3 ลำและทหารอีกหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกพันธมิตรนาโตว่า "คนขี้ขลาด" ที่ไม่ต้องการ "ช่วยเปิด" ช่องแคบฮอร์มุซ และความกังวลเกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านก็เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแผนการที่จะยึดครองหรือปิดล้อม เกาะคาร์ก ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน เพื่อกดดันเตหะรานให้เปิดช่องแคบอีกครั้ง
โดยรายงานจากสื่อสหรัฐฯ ปรากฏขึ้นในขณะที่กองทัพอิหร่านขู่ว่าจะ "ตามล่า" เจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการทหารจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่ว่าจะพบพวกเขาที่ใดในโลก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วย
"เรากำลังจับตาดูเจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการ นักบิน และทหารที่ขี้ขลาดของคุณ" อับดุลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าว "นับจากนี้ไป จากข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับคุณ ทางเดินเล่น รีสอร์ท และศูนย์ท่องเที่ยวและความบันเทิงทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป"
ทั้งนี้มีรายงานว่า วอชิงตันกำลังพิจารณาแผนการที่จะเข้ายึดครองหรือปิดล้อม เกาะคาร์ก เกิดขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทรัมป์ จะเคยกล่าวว่า เขาไม่ได้เอนเอียงไปทางที่จะส่ง "ทหารภาคพื้นดิน" เข้าไปก็ตาม
การพยายามเข้ายึดครองเกาะคาร์กโดยตรงนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะจะทำให้กองกำลังอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่นั่นตกอยู่ภายใต้การโจมตีด้วยโดรนและจรวดของอิหร่านในพื้นที่จำกัด
เกาะคาร์ก มีขนาดเพียง 8 ตารางไมล์ (20 ตารางกิโลเมตร) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองบูเชห์รของอิหร่านทางตอนเหนือสุดของอ่าวเปอร์เซียเพียง 16 ไมล์ (25 กิโลเมตร) ท่าเรือบนเกาะคาร์กเป็นแหล่งส่งออกน้ำมันของอิหร่านประมาณ 90% และได้รับน้ำมันจากแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งใกล้เคียงผ่านทางท่อส่ง
อิหร่านพึ่งพารายได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างมาก และการพยายามยึดครองสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญเช่นนี้ ย่อมจะได้รับการต่อต้านอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ มีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 ซึ่งเป็นกองกำลังตอบสนองฉับพลันประมาณ 2,200 นาย ไปยังตะวันออกกลางแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารยังไม่ได้ระบุว่า นาวิกโยธินที่ถูกส่งไปยังตะวันออกกลางจะได้รับมอบหมายภารกิจอะไร
โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า เรือ USS Boxer ซึ่งบรรทุกหน่วยนาวิกโยธิน (Marine Expeditionary Unit) ก็กำลังออกจากสหรัฐฯ เร็วกว่ากำหนดประมาณ 3 สัปดาห์ ยังไม่ชัดเจนว่าภารกิจของพวกเขาคืออะไร
ฝ่ายบริหารของทรัมป์และพันธมิตรอิสราเอลได้ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเจตนาของพวกเขาในสงคราม คำอธิบายเกี่ยวกับแผนการดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงเกือบทุกวัน สะท้อนให้เห็นในคำแถลงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารที่กำลังรับมือกับสงครามที่ผลที่ตามมานั้นเกินการควบคุมของพวกเขาแล้ว
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว กล่าวว่า "อย่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวไว้ เขาไม่มีแผนที่จะส่งกองกำลังไปที่ใด แต่เขาฉลาดที่ไม่เปิดเผยยุทธศาสตร์ทางทหารของเขาต่อสื่อ และเขายังคงมีทางเลือกทั้งหมดในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด กองทัพสหรัฐฯ สามารถยึดเกาะคาร์กได้ทุกเมื่อ"
Advertisement