
เมื่อเวลา 10.00 น. (19 มี.ค. 2569) ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ "เจ๊แดง" เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการเข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 49 โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมในฐานะตัวแทนครอบครัวด้วย ขณะที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบัน นายทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลาครบ 6 เดือนกับอีก 10 วัน
ต่อมาเมื่อเวลา 10.20 น. นายสมชายและนางเยาวภา พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางออกมาจากเรือนจำ โดยนายสมชายได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงรายละเอียดการเข้าเยี่ยมว่า เป็นการเดินทางมาเยี่ยมตามปกติเนื่องจากไม่ได้พบกันประมาณหนึ่งเดือนกว่าด้วยความความคิดถึง จึงได้มีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องราวภายในครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง โดยไม่มีประเด็นหนักใดๆ ที่ต้องหารือกันเป็นพิเศษ
ส่วนในประเด็นทางการเมืองนั้น นายสมชาย ระบุว่า มีการพูดคุยกันบ้างเนื่องจากนายทักษิณยังคงติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ได้โฟกัสในประเด็นใดเป็นพิเศษ เพราะตระหนักดีว่าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปวุ่นวายหรือพูดคุยกับบุคคลภายนอกได้ ซึ่งผู้ที่เข้าเยี่ยมส่วนใหญ่มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น และไม่มีบุคคลจากฝ่ายการเมืองเข้ามาเยี่ยมแต่อย่างใด
ส่วนสภาพจิตใจของ นายทักษิณ มีความสดชื่นแจ่มใสและทำใจได้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งตนได้กล่าวให้กำลังใจในลักษณะของการนับถอยหลังสู่การได้รับอิสรภาพ โดยบอกกับนายทักษิณว่าเราจะไม่นับเศษของเวลาแต่นับเวลาเต็ม ซึ่งคาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนหรือภายในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพอย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและสมาชิกในครอบครัวทุกคนต่างรอคอยด้วยความหวังที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการพูดคุยเกี่ยวกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ "อาจารย์เชน" บุตรชายของนายสมชายและนางเยาวภา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทยนั้น นายสมชาย เปิดเผยว่า นายทักษิณได้เอ่ยชมว่าอาจารย์เชนดูมีบุคลิกท่าทางที่ดีขึ้นหลังจากเข้ามาทำงานการเมือง แม้จะเป็นหน้าใหม่แต่ก็มีการเรียนรู้ที่รวดเร็วและให้ความใส่ใจในการสืบค้นข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานการเมืองในอนาคต ซึ่งนายทักษิณก็ได้ฝากให้กำลังใจและชื่นชมในความสามารถ
ส่วนในเรื่องการบริหารจัดการภายในพรรคนั้น นายสมชาย ระบุว่า เป็นหน้าที่ของทางพรรคเพื่อไทยที่จะวางนโยบายและดำเนินการประชุมกันต่อไป โดยตนเองอยู่ในฐานะผู้ติดตามและคอยให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น
นอกจากนี้ นายสมชาย ยังได้สะท้อนมุมมองส่วนตัวว่า เรื่องของบ้านเมืองในปัจจุบันต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีคนสมัยใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้เข้ามาพัฒนาประเทศให้ทันต่อสถานการณ์ หากยังใช้ระบบเดิมโดยไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมก็อาจจะก้าวไม่ทันโลก ซึ่งการสนทนากับนายทักษิณในวันนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นการพูดคุยตามประสาผู้สูงอายุ เนื่องจากนายทักษิณไม่ได้อยู่ในจุดที่จะสามารถลงมาขับเคลื่อนอะไรได้ เป็นหน้าที่โดยตรงของพรรคเพื่อไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงท้าย นายสมชาย ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่ยังคงให้ความสนใจติดตามข่าวสาร พร้อมระบุทิ้งท้ายว่าในวันที่ 11 พ.ค. นี้ อาจจะได้พบกันที่นี่อีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปพูดคุยและร่วมถ่ายภาพกับมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง ก่อนเดินทางกลับ
Advertisement