
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ แถลงจุดยื่นเดินหน้าทำคดี "ฮั้ว สว." พร้อมนำหมอผีพรมน้ำมนต์ปัดเป่าขับไล่มนต์ดำเขมร ทางเข้า กกต.
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ระบุว่า วันนี้นำหลักฐานมาโชว์ว่ามีขบวนการที่ส่อเค้าว่าจะมีการล้มเลือกตั้ง สว. มีการทำเป็นขบวนการ โดยจะเปรียบเทียบกันกับคดีอาญาว่าการดำเนินการของคดีเลือกตั้งมีเหตุมีผลประการใด ซึ่งในคดีนี้มีข้อสังเกตอยู่หลายประการ ถ้าเป็นคดีอาญาทั่วไป กฎหมายที่รองรับคือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 120 131 140 จนถึง 143 แต่ถ้าเป็นคดีเลือกตั้งมีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. รัฐธรรมนูญมาตรา 224 226 พรป.กกต.มาตรา 41 ถึง 43 เป็นต้น
ชุดสืบสวนไต่สวน ของ กกต.จะเปรียบเสมือนพนักงานสอบสวนในคดีอาญา คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. มีการวมตัวคณะอนุ 26 ซึ่งเป็นชุดสืบสวนไต่สวน ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 68 ส่งสำนวน 6 หมื่นกว่าหน้า ซึ่งตนมีอยู่ในมือ 2 พันกว่าหน้า จากนั้นส่งมายังสำนักงาน กกต.ให้นายแสวง บุญมี ทำหนังสือปะหน้าหลัก 100 แผ่น แล้วส่งสำนวนทั้ง 6 หมื่นแผ่นไปให้ กกต. ซึ่ง กกต.ยังไม่วินิฉัยได้ส่งสำนวนกลับมาตั้งคณะอนุวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ 36 ซึ่งเป็นในช่วงที่มีการส่งคดีที่ทาง ป.ป.ช. พิจารณาหลายคดีทั้งคดีเขากระโดง ในส่วนกรมที่ดินไม่ยกเลิกเพิกถอน คดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่มีมูล กรณีรันเวย์ที่ปากช่อง ตนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงรีบส่ง ซึ่งต่างกับการส่งคดีของพนักงานสอบสวนไปยังอัยการเพื่อสั่งฟ้องคดี
โดยก่อนหน้านี้ก็มีหลักฐานตั้งหลายหมื่นหน้า ตนเองจึงอยากจะถามว่าผู้ถูกกล่าวหา 229 คน มีหลักฐานเด็ดอะไรมาหักล้างเป็นเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สงสัย มาทั้ง 229 คนจะผิดหรือไม่ ตนเองจึงมองว่าคณะกรรมการเลือกตั้งไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำหน้าที่แทนศาลแต่มีหน้าที่ส่งไปยัง เรื่องไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณา ตนเองจึงอยากถามว่า กกต. มั่นใจในพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหามากกว่ากรรมการของตนเองหรือไม่ ตนเองอยากรู้ว่าหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหามีอะไรบ้าง กกต. ถึงได้เชื่อหัวปักหัวปำขนาดนั้น ซึ่งตนเองเชื่อว่าที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอจะส่งเส้นเงินมาให้กกต. แต่ไม่รับเพราะว่ามีธงที่จะล้มเลยคดีนี้หรือไม่
ทนายอั๋น ยังกล่าวว่า หลังจากนี้ตนจะดำเนินการกับคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขอเตือน กกต. ทั้ง 7 คน ให้ชั่งน้ำหนักเรื่องนี้ดีๆ ถ้าได้เงินที่ผิดกฎหมายมา อาจไม่มีได้โอกาสได้เลี้ยงลูกหลานในบั้นปลายชีวิต
พร้อมเล่าถึงเอกสารหลักฐานที่ตนนำมาว่าเป็นรายงานการสืบสวนสอบสวนในคดีต่าง ๆ มากกว่า 2,000 หน้า การเมืองของเราในวันนี้เหมือนย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ถูกข้าศึกล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ หากไม่มีความกล้าหาญความเด็ดเดี่ยววิสัยทัศนของพระเจ้าตากสินมหาราชรวบรวมกำลังและกลับมากอบกู้เอกราช มีแผ่นดินสืบมาจนถึงทุกวันนี้
ตนไม่ใช่พระเจ้าตากสิน ไม่ได้มีความเก่งกล้า แต่ขอประกาศยืนยันต่อสู้กับสิ่งที่อยุติธรรมเหล่านี้ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนมาตีฝ่าวงล้อมด้วยกันด้วยหลักของกฎหมายนิติรัฐนิติธรรม ตนไม่สามารถปล่อยผ่านสังคมแบบนี้ให้ลูกหลานได้
ทนายอั๋น ยังกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนตัว เพราะหากมองตามหลักความเป็นจริง ยืนอยู่ในหลักเหตุผลและพยานหลักฐาน
เมื่อถามว่าเอกสารที่นำมาวันนี้เป็นเอกสารที่ใช้ในการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เลยหรือไม่ ทนายอั๋น กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น เนื่องจากทาง กกต.ไม่ให้คัดถ่ายเอกสาร หลายครั้งที่ตนเอาเส้นเงินมาเปิดไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนบอกว่าเอาข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตรงกันข้าม กกต. ไล่เจ้าพนักงานออกคนหนึ่งและออกหมายเรียกล็อตแรกและเป็นล็อตเดียว ดังนั้นเชื่อว่าเอกสารที่ตนนำมาวันนี้เป็นเอกสารจริงที่ได้จากสายลับ
เมื่อถามว่า หากคดีที่ กกต. ยกฟ้องคดีที่ DSI ทำอยู่ จะได้รับผลกระทบหรือไม่ ทนายอั๋น กล่าวว่า ถ้ายกคำร้อง ก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ดุลยพินิจสั่งฟ้องโดยไม่ชอบ ซึ่งตนมองว่าพฤติกรรมของ กกต. เป็นพฤติกรรมของ "อั้งยี่" ซึ่งตนอาจจะฟ้อง กกต. ต่อศาลยุติธรรมเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ทนายอั๋น ยังเล่าว่า เมื่อวานนี้ มีการนำมติของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เข้าสู่ที่ประชุมของ กกต. ตนจึงมาดักไว้หากล้มเมื่อวาน มันจะเป็นการเหิมเกริมเกินไป พร้อมอธิบายเหตุผลที่จะมีการเลือกนายกฯวันที่ 19 มีนาคมนี้ว่า เพราะคนเหล่านี้ถือฤกษ์มยามดีเอาตัวเลขไสยศาสตร์ ดังนั้นวันนี้ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ไว้วินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งตนภาวนาว่าขอให้รับคำร้องเพราะไม่มีเหตุ ที่จะไม่รับไว้พิจารณา ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีมติออกมาอย่างไรตนจะนำคำร้องของตัวเองไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง
Advertisement