
วันนี้ (11 มี.ค.69) ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ว่า พัฒนาการสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยรวมในภูมิภาคยังมีความรุนแรง และความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอิรัก อิหร่าน อิสราเอล และเลบานอน ที่ถูกโจมตีในเมื่อคืนที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีสัญญาณอีกหลายประเทศที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น UAE และกาตาร์ ที่มีแนวโน้มความรุนแรงลดลงในระดับหนึ่ง ส่งผลให้มีเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินพาณิชย์แบบจำกัดในประเทศภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ดังกล่าว ก็มีความคืบหน้าด้วย ยืนยันว่ายังไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปภูมิภาคตะวันออกกลาง และพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบด้วย
ขณะที่ ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ อาทิ อิหร่าน คนไทยกลุ่มที่อพยพออกจากอิหร่านชุดแรกได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพครบแล้วและคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 68 คนที่ ได้อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวานนี้ และได้เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ประเทศตุรกีเรียบร้อยแล้ว โดยคนไทยชุด 2 จะเดินทางกลับประเทศไทยโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเดินทางมาถึงไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค) และกลุ่มที่ 2 จะเดินทางถึงกลับถึงไทยช่วงเช้าของวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มดังกล่าว
สำหรับประเทศอิรักขณะนี้ ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะเดินทางออกจากอิรัก เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว โดยศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับไทยของคนไทยต่อไป
ส่วนกรณีของ UAE สายการบินเอทิฮัด ประกาศเปิดเที่ยวบินไปกรุงเทพและภูเก็ต เส้นทางละ 1 เที่ยวต่อวัน จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2569 และมีแผนกลับมาบินในเส้นทางเชียงใหม่ และกระบี่ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
ขณะที่ กาตาร์ สถานเอกอัครราชทูตได้ประสานงานยืนยันให้คนไทยที่ตกค้างทั้งหมด ที่ประสงค์จะกลับไทย 24 คนเดินทางด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ ในเส้นทางกรุงโดฮา-กรุงเทพ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง โดยจะถึงกรุงเทพในช่วงคืนนี้ นอกจากนี้ คนไทยกาตาร์ทุกคนที่ประสงค์จะกลับไทยด้วยเที่ยวบินดังกล่าว สามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรงรวมถึงสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินกลับไทยผ่านจุดแวะพักอื่นที่จำหน่ายได้ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกดูแล และให้คำแนะนำประสานงานกับสายการบิน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กลับในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้
สำหรับภาพรวมในขณะนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้างและได้รับความช่วยเหลือเพื่อออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมแล้วประมาณ 381 คน
อย่างไรก็ตาม ให้ประชาชนเฝ้าระวังมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตหลอกลวงให้โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย ย้ำว่า สถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศไทยแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนที่ประสงค์เดินทางกลับไทยติดต่อสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ของไทยที่รับผิดชอบประเทศนั้นๆ ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ใช้แนวทางทางการทูต และการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยเร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถอพยพออกจากพื้นที่อันตราย รวมถึงให้คำแนะนำในด้านต่างๆต่อไป
เมื่อถามว่าทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีการติดต่อให้ความช่วยเหลือของประชาชนชาวอิหร่าน และ อิสราเอล ที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทยและประสงค์จะเดินทางกลับภูมิภาคหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้แต่ตนมองว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับเที่ยวบินว่าจะสามารถรองรับเรื่องนี้ได้หรือไม่และหากมีเที่ยวบินที่สามารถเดินทางกลับไปในพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศได้ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูเรื่องการเปิดปิดน่านฟ้าซึ่งใน 2 พื้นที่นี้ก็ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ อีกทั้ง2 ประเทศนก็มีสถานทูตที่อยู่ในประเทศไทยและก็ยังสามารถดูแลประชาชนในชาติของตนเองได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตฯของทั้ง 2 ประเทศก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่แล้วซึ่งหากต้องการให้เราช่วยเหลือ เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
Advertisement