
วันที่ 2 มี.ค.69 กลุ่มประเทศพันธมิตรอาหรับอันประกอบด้วย คูเวต, ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน, กาตาร์, จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมด้วย สหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ประณามสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุด ต่อกรณีการใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยระบุว่า รัฐคูเวต ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ราชอาณาจักรบาห์เรน รัฐกาตาร์ ราชอาณาจักรฮาเชมิตแห่งจอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหรัฐอเมริกา ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างไม่เลือกเป้าหมายและไร้ความรับผิดชอบของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ต่อดินแดนอธิปไตยทั่วภูมิภาค รวมถึงบาห์เรน อิรัก (รวมถึงเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก) จอร์แดน คูเวต โอมาน กาตาร์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การโจมตีที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ดินแดนอธิปไตย เป็นอันตรายต่อพลเรือน และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน
การกระทำของอิหร่านถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย ซึ่งละเมิดอธิปไตยของหลายประเทศและคุกคามเสถียรภาพของภูมิภาค
การโจมตีพลเรือนและประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบเป็นการกระทำที่ประมาทและบั่นทอนเสถียรภาพ
เรายืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวในการปกป้องพลเมือง อธิปไตย และดินแดนของเรา เรายืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองเมื่อเผชิญกับการโจมตีเหล่านี้ และเราเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราต่อความมั่นคงในภูมิภาค เราขอชื่นชมความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพในด้านการป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธ ซึ่งได้ช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตและความเสียหายที่มากกว่านี้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยืนยันคำมั่นสัญญาในการปกป้องความมั่นคงของพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่ากองกำลัง CENTCOM พร้อมจะใช้อาวุธทุกประเภทเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากอิหร่าน
กลุ่ม 7 ชาติเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดต่ออิหร่าน เพื่อหยุดยั้งการขยายวงของสงครามที่อาจลุกลามจนไม่สามารถควบคุมได้
การที่ประเทศอย่างกาตาร์และจอร์แดนเข้าร่วมลงนามในแถลงการณ์นี้ ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกอาหรับส่วนใหญ่เริ่มหันมาจับมือกับสหรัฐฯ เพื่อโดดเดี่ยวอิหร่านจากพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อภูมิภาค
Advertisement