Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สว.สำรองบุกยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" สอย กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

สว.สำรองบุกยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" สอย กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

19 ก.พ. 69
14:45 น.
แชร์

เขย่าสนามเลือกตั้ง! สว.สำรองบุกยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" สอย กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หวั่นทำเลือกตั้ง 69 โมฆะ 

วันที่ 19 ก.พ. 69 นาย อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกกลุ่ม สว.สำรอง กลุ่ม 10 เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีการจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีการพิมพ์ QR Code และบาร์โค้ดลงบนบัตร โดยมองว่าอาจขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ 

นายอัครวัฒน์ เปิดเผยว่า ในนาม สว.สำรอง ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม ความถูกต้อง และความสุจริต ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองแล้ว ตามคดีดำหมายเลข 306/2569 ซึ่งศาลได้รับคำร้องและอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย 

กกต.ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งควรตระหนักว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ซึ่งเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ควรเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส แต่กลับเกิดข้อกังขา โดยเปรียบเทียบว่าเหมือน “เราไปว่าจ้างให้คนมาจัดงานแต่งงานลูกสาวเรา แต่ออแกไนซ์กลับมาเทงานซะอย่างนั้น” พร้อมตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องดูแลผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 55 ล้านคน จากประชากรกว่า 60 ล้านคน 

ประเด็นหลักที่ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน คือการใส่ QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเห็นว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจ และอาจละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ โดยระบุว่าเมื่อมีรหัสกำกับบนบัตร อาจกระทบต่อความลับของผู้ลงคะแนน และทำให้บัตรดังกล่าวเป็น “บัตรเสีย” ไม่สามารถนำไปนับคะแนนได้ พร้อมทั้งร้องในประเด็นละเมิดสิทธิพลเมือง โดยเห็นว่า กกต.ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด 

นายอัครวัฒน์ ระบุว่า หากบัตรเลือกตั้งถือเป็นบัตรเสีย การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเข้าข่ายเป็นโมฆะ แต่การวินิจฉัยเป็นอำนาจขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยมีคำแนะนำว่ากระบวนการต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินและส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณการเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท หากต้องจัดเลือกตั้งใหม่อาจใช้งบเพิ่มอีกจำนวนมาก แต่หากเปรียบเทียบความคุ้มค่าของงบประมาณกับการจัดกิจกรรมอื่นของรัฐ และตั้งคำถามถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการทุจริต อย่างเช่น สแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือเจ้าของบ้านพนันออนไลน์ แล้วคุ้มค่ากว่า หากปล่อยให้กระบวนการที่ไม่โปร่งใสดำเนินต่อไป 

นายอัครวัฒน์ ยังเชื่อมโยงว่าปัญหาครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับกระบวนการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยมองว่าหากการเลือกตั้งไม่โปร่งใส จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในภูมิภาคอาเซียน 

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการยื่นร้องครั้งนี้ไม่ใช่การสกัดพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะพรรคสีน้ำเงิน แต่มองว่าเป็นความผิดพลาดของ กกต. และย้ำว่าสนับสนุนให้มีรัฐบาลต่อเนื่อง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง 

ในส่วนความคืบหน้าเรื่องการเลือกตั้งสว. การพิจารณาของคณะอนุวินิจฉัยชุด 36 นายอัครวัฒน์ ระบุว่า ได้มีการขยายเวลาพิจารณาครั้งที่สอง หลังครบกำหนดเมื่อวันเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา จึงตั้งคำถามถึงความล่าช้า และตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสรรหา กกต.เพิ่มเติมอีก 2 คน 

พร้อมพาดพิงถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าเป็น “สารตั้งต้นตัวปัญหา” ที่ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลาง และตั้งคำถามถึงการวางตัวของ กกต.ในการใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเอง 

ทั้งนี้นายอัครวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ฝากไปถึงข้าราชการท่านหนึ่งว่า อย่าเร่งอยากเป็นผู้ว่าฯจนตัวสั่น ไปเปรียบเทียบ QR Code และบาร์โค้ดกับลอตเตอรี นายเขาเห็นแล้ว ไปบ่อยๆ เขากระโดง ท่านอาจจะได้เป็นผู้ว่าฯเร็วๆ นี้ แต่อย่าลืมการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง เขาจะเอาไปตรวจงานที่ปัตตานี เขารออยู่ ฝากถึงท่านรองผู้ว่าฯจังหวัดไหนก็ไม่รู้”

Advertisement

แชร์
สว.สำรองบุกยื่น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" สอย กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง