Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"เรืองไกร" ยื่นลาออกพรรคพลังประชารัฐ อ้างขนาดพรรคไม่เหมาะสมตัวเอง

"เรืองไกร" ยื่นลาออกพรรคพลังประชารัฐ อ้างขนาดพรรคไม่เหมาะสมตัวเอง

18 ก.พ. 69
17:11 น.
แชร์

"เรืองไกร" ยื่นลาออกพรรคพลังประชารัฐ อ้างขนาดพรรคไม่เหมาะสมตัวเอง พร้อมพาดพิงผู้ร้องการทำหน้าที่ของกกต. ให้ดูข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การตัดสินใจลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพิจารณามาระยะหนึ่ง ภายหลังไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยเห็นว่าการออกมาเป็นอิสระจะทำให้สามารถตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น ส่วนแนวทางหลังจากนี้ ยังไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง หรือจะไปสังกัดพรรคใด แต่ก็มีพรรคพวกมาชวน เช่น พรรคทางเลือกใหม่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เบื้องต้นวางแผนว่า หลังลาออกแล้วก็จะเดินหน้าตรวจสอบอิสระ ทั้งเรื่องของบาร์โค้ด และสเปกเตอร์ซี แม้ไม่ได้สังกัดพรรคใด แต่ยังคงทำหน้าที่ในฐานะประชาชน

นายเรืองไกร ระบุว่า ได้แจ้งการตัดสินใจต่อนาย ประวิตร วงษ์สุวรรณ เรียบร้อยแล้ว โดยเพิ่งรับประทานอาหารร่วมกันก่อนมายื่นหนังสือ ซึ่งนายประวิตรแสดงความเคารพในการตัดสินใจ และยืนยันว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวยังเป็นไปด้วยดี การลาออกไม่เกี่ยวข้องกับความไม่พอใจ แต่เป็นเรื่องขนาดของพรรคที่มี ส.ส.เขต 4 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งคิดว่าสำหรับเรืองไกลต้องมีที่ยืนที่สะดวกกว่านี้

โดยวันนี้นอกจากการยื่นลาออกแล้ว ยังได้มาตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อเตรียมดำเนินการตามกฎหมายภายใน 90 วัน ทั้งเรื่องการยื่นบัญชีและภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน

สำหรับประเด็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา นายเรืองไกร ระบุว่าจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง รวมถึงข้อถกเถียงเรื่องการเลือกตั้งโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ โดยตั้งข้อสังเกตว่ารัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติที่ใช้คำว่า “ทางตรงและลับ” อยู่สองมาตรา คือ มาตรา 83 วรรคสอง (แก้ไขปี 2564) และมาตรา 85 แต่กลับมีการหยิบยกเพียงมาตรา 85 มาอ้างอิง พร้อมมองว่าการตัดถ้อยคำดังกล่าวออกจากกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. อาจก่อให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย และอาจเป็นประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองพิจารณา

ส่วนกระแสเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายเรืองไกร อ้างถึงแนวคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2549 กรณีการจัดคูหาเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้แก้ไขพระราชกฤษฎีกาและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดยเห็นว่ากรณีปัจจุบันต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการตรวจสอบย้อนหลัง ที่มองว่า การจะตรวจสอบบัตร 30-40 ล้านใบว่าเป็นของใครนั้น เป็นไปได้ยาก แม้แต่ผู้มีอำนาจ ก็ทำได้ยาก เพราะว่าไม่ได้มีเหตุจำเป็นในการจะไปเข้าไปเปิดหีบ เพื่อดูบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว และส่วนตัวเข้าใจในสิ่งที่ กกต. ชี้แจงออกมา แต่จะเกินเลยจาก TOR ที่ได้ทำ กับบริษัทจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งหรือไม่นั้น ให้ไปสนใจเรื่องบัตรเขย่งดีกว่า ซึ่ง กกต. ต้องหาสาเหตุของจำนวนบัตรต่างกันให้ได้ และหากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องของการลงคะแนนโดยตรงและลับก็ได้ แต่เป็นเรื่องของความไม่ยุติธรรม คะแนนที่ออกมาก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้นคนที่พยายามก่อกระแสเรื่องนี้ ขอให้ดูกฎหมายให้ดี ซึ่งส่วนยังมองว่า มุมที่ไม่เป็นความลับ ก็น่าจะยังมีอยู่ ซึ่งอาจก็จะมีคนไปร้องเรียนก็ได้

ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูล Laser ID ของสมาชิกพรรค นายเรืองไกร บอกว่า หากเขาต้องการจะเก็บ แล้วเราให้ ก็เป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย แต่กฎหมายจะครอบคลุมหรือไม่ก็เป็นอีกเรืองหนึ่ง บุคคลที่สามจะไปบอกว่า ทำไม่ได้ เวลาขึ้นศาล ศาลก็จะถามว่าเป็นการคาดเดา และกรณีที่มีคนเปรียบเทียบว่า การเก็บ Laser ID เทียบเท่ากับการมีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ว่านตัวมองว่า Think to much คิดมากไป

ขณะที่กรณีสเปกเตอร์ซี ที่มีการโจมตีพรรคประชาชนอยู่นั้น นายเรืองไกร มองว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และการให้ข้อมูลของนางสาวพรรณิการ์ วานิช อดีต สส. พรรคอนาคตใหม่นั้น ให้ข้อมูลเยอะเกินไป อาจจะเป็นผลย้อนกลับเข้ามาที่ตัวเองได้ ซึ่งส่วนตัวได้เก็บรายละเอียดทั้งหมด อย่าง การพาสื่อมวลชนเข้าไปดู ก็เป็นเหมือนกันพยายามแก้ต่าง ทำสิ่งที่ไม่ถูกให้ถูก และหากพรรคประชาชนเข้าไปก้าวก่าย มีส่วนถือหุ้นในบริษัทนั้น หรือนำเงินพัฒนากองทุนไปจ่ายเป็นค่าจ้าง หรือพรรคได้ประโยชน์ ก็เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้ ซึ่งหากตนเองได้ตรวจสอบ ก็น่าจะยุ่ง แต่ตอนนี้ละไว้ก่อน เพราะส่วนตัวห่วงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ว่า จะสำเร็จหรือไม่

Advertisement

แชร์
"เรืองไกร" ยื่นลาออกพรรคพลังประชารัฐ อ้างขนาดพรรคไม่เหมาะสมตัวเอง