
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ผู้มีรายชื่อสำรองเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 10 ผู้ประกอบการ ส่งคำฟ้องในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกต่อศาลปกครองสูงสุด
โดยนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนในฐานะพลเมืองที่มีความรักในความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนเห็นการกระทำต่าง ๆ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำผิดกฎหมายและเป็นการปล้นครั้งที่ 2 จากพี่น้องประชาชน ซึ่งครั้งแรกก็คือคดีฮั้วสว. กระทำกันอย่างอุกอาจทั้งที่จริงหน่วยเลือกตั้งมีเพียงหน่วยเดียวที่เมืองทองธานี แต่ กกต.ไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งสว. เมื่อปี 67 เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน จนเป็นข่าวคราวใหญ่โตมโหฬารมาจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีทิศทางว่าจะเห็นถึงความโปร่งใส หรือความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน มิหนำซ้ำความผิดเกิดขึ้นอีก ในครั้งที่ 2 กกต.เอง แทนที่จะกลับเนื้อกลับตัว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกว่าการกระทำผิดซ้ำซาก ทำให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ มีสิทธิในการเลือกตั้ง มีสิทธิเป็นเจ้าของประเทศอำนาจอธิปไตย ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เริ่มต้นตั้งแต่ 08.00 น.แล้วปิดหีบเวลา 17.00 น. คือเวลาที่ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงมีปาก เพื่อจะทวงคืนหรือจะกำหนดทิศทาง ประเทศชาติบ้านเมืองเป็นอย่างไร
ตนอยากถามกกต. ว่า กกต.ทำงานรับใช้ประชาชน หรือ กกต. ทำงานรับใช้ใคร ซึ่งต้องตอบกันให้ชัดๆ เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้ ตนจึงไปแจ้งความตั้งแต่เมื่อวานตนทำเรื่องฟ้องคดีไปที่ศาลปกครอง ซึ่งศาลท่านลงเลขคดีให้เรียบร้อย คือเลขคดีที่ 309/2569 ไว้เพื่อพิจารณา ตน
โดยตนร้องในเรื่องบัตรเสีย ซึ่งตามที่กกต.ได้ประกาศบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นบัตรเลือกตั้งที่จะไปใช้ในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ โดยการออกแบบบัตรตัวอย่าง ซึ่งคำว่าตัวอย่างบัตรที่จะใช้ในการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นฉันทามติของพี่น้องที่ร่วมกันทั้งประเทศและว่าบัตรลักษณะที่จะนำมาใช้ในการเลือกตั้งซึ่ง 2 แบบ ก็ไม่มีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เท่ากับว่า บัตรพวกนี้ถือว่าเป็นบัตรที่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศรับรู้แล้วว่าจะใช้บัตรลักษณะแบบนี้เพื่อการเลือกตั้ง แต่พอไปถึงวันเลือกตั้ง บัตรลงคะแนนข้างล่างเป็นบาร์โค้ด แล้วก็ข้างบนมันมีหมายเลขกำกับไว้ทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบัตรที่กำลังพูดถึงไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่ามีการใช้ QR Code และบาร์โค้ด เพื่อสืบต่อไปถึงเรื่องของคะแนน ทางกกต. ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ต้องพูดนั้น มัน มันถูกหรือผิด แต่กกต.เองยอมรับโดยสภาพว่าทำเพื่อป้องกันการทุจริต แต่วิธีการป้องกันทุจริตมันมีมากมายเช่นธนบัตร ลายน้ำอะไรอื่นๆทำไม่หมด แค่ไปส่องหรือว่าใช้วิธีส่องเรืองแสง บัตรจริงมีเรืองแสงขึ้นมาหรืออะไร มันมีวิธีการอีกเยอะแยะ แต่วิธีที่ กกต.ทำ ถือว่าเป็นการทำลายบัตรให้เป็นบัตรเสีย ตนไปร้องเรื่องบัตรเสีย ตามกฎระเบียบของกกต.มาตรา 144
นายอัครวัฒน์ระบุว่า กรณีที่ตนร้องเรื่องบัตรเสีย เพราะเขาห้ามทำเครื่องหมายใดใดบนบัตรเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือกกต.ประจำจังหวัด ส่วนตัวมองว่าเริ่มต้น กกต.ทำบัตรเสียออกไปให้พี่น้องประชาชนเลือกตั้ง โดยระบุว่าตัวอย่างบัตรเป็นอย่างหนึ่ง บัตรที่ใช้จริงเป็นอีกแบบหนึ่ง และมีจุดประสงค์แอบแฝงเป็นเจตนาพิเศษว่าการทำ เพื่อจะหลวมข้อมูลนี้เป็นการทำเพื่อปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ และสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร /ก่อนย้ำถึงการทำบัตรเสียไปลงคะแนน เท่ากับว่าไม่สามารถนับคะแนนได้ทั้งประเทศ โดยกกต.ไปทำบัตรเสียเสียเอง โดยไปทำเครื่องหมายคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดลงใน บัตรสีเขียวและสีชมพูจึงทำให้บัตรนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ทำให้บัตรนั้นเป็นบัตรเสียตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่ลงคะแนนแล้ว แต่กลับนำไปใช้ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เป็นการไปใช้ในการการเลือกตั้งกัน สรุปว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมากกต.เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง
ส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาหลักเลย ตนเชื่อว่าศาลท่านจะใช้การพิจารณาตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ในการกระทำความผิดของ กกต. ทั้งหมด รวมทั้งนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้งจะไม่รับผิดชอบในเรื่องนี้เป็นไม่ได้
ส่วนหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่อยากจะบอกกับพี่น้องสื่อมวลชนพี่น้องประชาชว่า กกต. เอง ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะไปอุ้มนักการเมือง กกต. ต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้นะครับ 54 ล้านคน ไปใช้สิทธิ์ประมาณ 35 ล้านคน นั่นหมายความว่า กกต. ต้องมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงความเป็นสุภาพบุรุษว่า กกต.ขอโทษในความผิดพลาด และจะรีบดำเนินการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ขอโทษกับพี่น้องประชาชนที่เกิดเรื่องแบบนี้ ส่วนตัวไม่รู้ว่ากกต.จะอ่านคำว่าแถลงหรือแถเรื่องอย่างไร
“มันไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะไปอุ้มนักการเมือง ท่านต้องอุ้มประชาชน ท่านต้องอุ้มสิทธิ์ของพี่น้องประชาชนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ว่าเขาถูกละเมิด ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้พี่น้องประชาชนอยากเห็นบทบาทขององค์กรอิสระทุกที่ไม่ใช่มาปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสังคม เอาตัวรอดโยนความผิดให้คนอื่น สิ่งที่เกิดขึ้น ประชาชนต้องการคำขอโทษ แล้วดำเนินการให้ถูกต้องเสีย ให้ดำเนินไปตามกฎหมาย ถ้าท่านไม่ทำ ท่านยังดื้อดึง ประวิงเวลาเตะถ่วง ให้กฎหมายมันหมดไปวันๆ ใน 30 วันนี้ เพื่อจะรับรองคะแนนทุกคะแนนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ท่านไม่รอด 157 ท่านมีโอกาสที่จะพลาดครั้งที่ 2 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
Advertisement