
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็น "โมฆะ" โดยชี้เป้าปัญหาใหญ่เรื่องระบบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และการลงคะแนนทางไปรษณีย์นอกราชอาณาจักรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีสิ่งที่ผิดปกติคือระบบ "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นขั้วได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งถือว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่าการลงคะแนนต้องเป็นโดยตรงและเป็นความลับ
"ต่อให้ กกต. จะอ้างว่าต้องมีคำสั่งศาลถึงจะตรวจสอบได้ แต่ในทางปฏิบัติเมื่อมันสามารถตรวจได้ว่าใครเลือกใคร มันก็ไม่ถือว่าเป็นความลับตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว สังคมยอมรับไม่ได้" นายมงคลกิตติ์กล่าว
นอกจากประเด็นทางกฎหมาย นายมงคลกิตติ์ยังได้ฝากข้อความถึงกรรมการ กกต. ทั้ง 7 ท่าน และเลขาธิการ กกต. โดยเสนอทางออกให้ "ลาออก" เพื่อเปิดทางให้ชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมเข้ามาทำหน้าที่แทน พร้อมกล่าวด้วยอารมณ์ดุดันว่า หาก กกต. อยากระบายความเครียด ตนขอเชิญชวนไปออกกำลังกายบนสังเวียนมวย
ที่สนามมวยสวนลุมพินีโดยจะมาเดี่ยวหรือมาเป็นหมู่ก็ได้ (7+1)
แต่ทั้งนี้ ควรมีการตรวจสุขภาพและวัดความดันให้เรียบร้อย และต้องไปลงบันทึกประจำวันว่าหากเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตจะไม่เอาความกัน
ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือการนำรายได้จากการจัดแข่งไปช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นการทำบุญชดเชยที่ทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงการลงคะแนนทางไปรษณีย์จากต่างประเทศว่ามีความเสี่ยงสูง เพราะบัตรต้องผ่านหลายมือ ทั้งไปรษณีย์ต่างประเทศและในไทย ทำให้ความลับในการลงคะแนนสูญสิ้นไป จึงมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ควรเป็นโมฆะ 100%
ท้ายที่สุด นายมงคลกิตติ์คาดหวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะเร่งวินิจฉัยภายในสัปดาห์หน้าเพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ศาลฯ มีคำสั่งชะลอการรับรองผลการเลือกตั้งไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และป้องกันไม่ให้เกิดการใช้วิธีนอกระบบจากประชาชนที่กำลังไม่พอใจทำงานของ กกต.
Advertisement