Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กกต.แจงดรามาQR Code-บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งป้องกันบัตรเขย่ง-ปลอมแปลง

กกต.แจงดรามาQR Code-บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งป้องกันบัตรเขย่ง-ปลอมแปลง

13 ก.พ. 69
17:24 น.
แชร์

กกต.แถลงแจงดรามา QR Code-บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ยันรหัสที่ปรากฏบนบัตร แค่ป้องกันการปลอมแปลงและใช้ควบคุมกระบวนการจัดพิมพ์ไม่สามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้

นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณี QR Code และบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง

นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ชี้แจงกรณีการกำหนดบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งว่า เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อ 129 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความเพิ่มเติมในบัตรเลือกตั้งเป็นกรณีพิเศษได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

นายวรพงศ์ ระบุว่า บาร์โค้ดและ QR Code มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง โดยยังมีมาตรการอื่นประกอบซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ นอกจากนี้ ยังใช้เป็นเครื่องมือควบคุมและบริหารจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสุจริตเที่ยงธรรม

ในกระบวนการจัดพิมพ์ บาร์โค้ดและ QR Code จะใช้สำหรับบันทึกข้อมูลและติดตามจำนวนบัตร เพื่อตรวจสอบว่ามีการพิมพ์เกินหรือไม่ รวมถึงใช้ในขั้นตอนเข้าเล่มและแพ็กกิ้ง โดยบัตรเลือกตั้งหนึ่งเล่มมี 20 ใบ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าหมายเลขใดถึงหมายเลขใดครบถ้วนหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาบัตรขาดหรือเกินในหน่วยเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังใช้ตรวจสอบเส้นทางการส่งมอบบัตรให้แก่ผู้รับผิดชอบ เช่น คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กกต.เขต หากพบว่าบัตรเล็ดลอดออกสู่ภายนอก สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าบัตรดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใด และใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนกรณีต้องสงสัยทุจริต รวมถึงป้องกันการนำบัตรปลอมหรือบัตรจากต่างเขตมาใช้ลงคะแนน

กรณีมีการเผยแพร่ภาพต้นขั้วบัตรเลือกตั้งในสื่อสังคมออนไลน์ นายวรพงศ์ยอมรับว่า บาร์โค้ดสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบถึงหน่วยเลือกตั้งได้ และจากข้อมูลดังกล่าวสามารถติดตามได้ว่าใครเป็นผู้เผยแพร่ภาพ เนื่องจากบัตรเลือกตั้งยังอยู่ในเล่ม แสดงว่ายังอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การใช้บาร์โค้ดและ QR Code มีไว้เพื่อการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตเท่านั้น ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใดลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีภาพบัตรเลือกตั้งเผยแพร่ ก็ไม่สามารถใช้พิสูจน์ได้ว่าเป็นคะแนนของบุคคลใด

ส่วนกระบวนการจัดเก็บรักษาบัตรต้นขั้วและเอกสารที่เกี่ยวข้อง มีการแยกจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วนและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมยืนยันว่า บัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นการลงคะแนนของผู้ใดให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดอย่างแน่นอน

นายวรพงศ์ ระบุว่า การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติครั้งนี้มีบัตร 3 ประเภท และต้องใช้โรงพิมพ์ถึง 3 แห่งเพื่อให้ทันกรอบเวลา จึงกำหนดมาตรการป้องกันและตรวจสอบแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีและเทคนิคของแต่ละโรงพิมพ์ กรณีบัตรประชามติที่ไม่มี QR Code หรือบาร์โค้ด ยืนยันว่ามีระบบติดตาม (แท็กกิ้ง) เช่นกัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ส่วนกรณีบัตรตัวอย่างที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ไม่มี QR Code นายวรพงศ์ชี้แจงว่า บัตรตัวอย่างจัดทำขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบบัตรเท่านั้น ขณะที่ QR Code หรือบาร์โค้ดเป็นมาตรการด้านความปลอดภัย จึงไม่สามารถบันทึกลงในบัตรตัวอย่างได้

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว้พิ่มเติมว่า ส่วนการเก็บเอกสารเลือกตั้งต่างๆทั้งต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งรวมไปถึงบัญชีผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้มีการแยกเก็บไว้คนละที่ จึงเชื่อได้ว่าไม่สามารถที่จะระบุได้ว่ามาจากที่ใดและเป็นผู้ใดที่ลงคะแนนเสียงบัตรนั้นๆ ส่วนที่อาจมีข้อสังเกตว่า กปน. อาจจะมีการดูเลขบัตรได้หรือไม่นั้น กระบวนการนับคะแนนดำเนินการต่อหน้าสาธารณชน มีผู้สังเกตการณ์และผู้แทนพรรคการเมืองร่วมตรวจสอบ มีการแยกบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่เลือกผู้ใด ก่อนจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ไม่สามารถนำบัตรแต่ละใบไปถ่ายหรือสแกนเพื่อระบุว่าใครลงคะแนนให้ผู้ใดได้ อีกทั้งการใช้สิทธิ์เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล กปน.ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าผู้ใดเลือกใคร

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า หากสแกนบาร์โค้ดแล้วปรากฏเป็นเลข unique สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นขั้วและทำให้ทราบตัวผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ นายวรพงศ์ ชี้แจงว่า แม้สแกนแล้วจะปรากฏเป็นเลขที่บัตร แต่ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบผลการลงคะแนนของบุคคลใด เนื่องจากมีมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น ตั้งแต่ขั้นตอนออกเสียง นับคะแนน ไปจนถึงการเก็บรักษาขั้นสุดท้ายในสถานที่ปลอดภัย และห้ามเปิดโดยมิชอบ

กรณีข้อสงสัยว่าอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร อธิบายว่า “โดยลับ” หมายถึง การที่ผู้ใช้สิทธิ์เข้าไปลงคะแนนโดยไม่มีใครรู้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด ซึ่งกระบวนการปัจจุบันยังคงเป็นไปตามหลักดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวยังตั้งคำถามต่อถึงความเป็นไปได้ในการนำต้นขั้วบัตรมาเทียบกับบัตรลงคะแนนและ QR Code เพื่อจับคู่ข้อมูล นายวรพงศ์ระบุว่า การเก็บรักษาหีบบัตรและต้นขั้วเป็นการจัดเก็บรวมในระดับเขตเลือกตั้ง ซึ่งหนึ่งเขตมีประมาณ 250 หน่วย หรือบางจังหวัดอาจรวมกว่า 1,000 หน่วย ทำให้ยากต่อการสืบค้น อีกทั้งผู้ใดเปิดหีบบัตรโดยมิชอบถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

ระหว่างการตั้งคำถามดังกล่าว มีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่บางส่วนโห่ร้องใส่สื่อมวลชน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ กกต. จะเข้าห้ามและสถานการณ์กลับสู่ปกติ

ภายหลัง ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีตัวเลขหรือ QR Code ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จะทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลหรือไม่ นายวรพงศ์ยืนยันว่า ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เนื่องจากเป็นเพียงตัวเลขที่ไม่เชื่อมโยงถึงข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ์แต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดที่ใช้ในการติดตาม หรือตรวจสอบการทุจริต ทำไมถึงใช้วิธีการนี้หรือรูปแบบนี้ ในการตรวจสอบแล้วมีวิธีการอื่นหรือไม่ที่ใช้ในการตรวจสอบและติดตาม สำหรับบัตรลงคะแนนที่มีการเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แล้วมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดถูกเผยแพร่ออกไป ยังเป็นการลงคะแนนอย่างเป็นความลับอยู่หรือไม่ นายวรพงศ์ เผยว่าในการเลือกตั้ง ปี 2566 การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็มีการใช้คิวอาร์โค้ดเช่นกัน ซึ่งการติดตามและตรวจสอบการทุจริต ทางกตมีวิธีอื่นอยู่แล้วแต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิมพ์ และวิธีการพิมพ์ของแต่ละโรงพิมพ์ เนื่องจากระยะเวลาในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีเวลาค่อนข้างจำกัด ซึ่งแต่ละโรงพิมพ์ก็จะมีความถนัดใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป แต่ให้ดูที่เงื่อนไขว่าสามารถตรวจสอบเรื่องของการทุจริตได้ ส่วนบัตรเลือกตั้งที่ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียนั้น แบ่งออกเป็นสองกรณี ในกรณีที่บัตรยังติดเล่มอยู่ที่อยู่ในหน่วย และกรณีที่สองเป็นบัตรที่ถูกเผยแพร่ในระหว่างการนับคะแนน การเผยแพร่นี้บุคคลที่เป็นเจ้าของบัตรไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่เองจึงไม่มีความผิด

เมื่อสอบถามว่าทางกกต. เป็นผู้ออกแบบให้กับทางโรงพิมพ์หรือไม่ แล้วในส่วนประชามติจะรั่วไหลด้วยหรือไม่ เนื่องจากไม่มีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด นายวรพงศ์ บอกว่า แม้ในประชามติจะไม่มีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด แต่มีมาตรการตรวจสอบการทุจริต แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ได้ ส่วนกรณีที่ต้องมีทั้งเลขบัตรและเลขเล่มนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละโรงพิมพ์ สำหรับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดจะสแกนหรือใช้งานก็ต่อเมื่อ มีการนำบัตรเลือกตั้งไปใช้ข้ามหน่วยหรือข้ามเขต ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ แต่จะตรวจสอบได้เพียงแค่บัตรนี้ถูกจัดสรรไปไว้ที่เขตไหน และอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้นหรือไม่ หากพบว่าหมายเลขกับเขตไม่ตรงกัน ก็สังเกตได้ว่ามีความผิดปกติ แต่ที่ผ่านมายืนยันว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ส่วนกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้เขียนในคำร้องยื่นต่อกกต. ในวันนี้ว่าอยากให้มีการตรวจสอบขั้วบัตรว่าตรงกับรหัส ในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ และในส่วนระบบรับที่ไม่มีใครรู้แต่ในส่วนของกกต. รู้ จะสุ่มเสี่ยงหรือไม่ หากมีคนไปร้องแล้วเป็นโมฆะ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร เผยว่า ต้นขั้วบัตรกับตัวบัตรแยกกันต่างหาก ไม่สามารถไปรีเช็คได้ว่าไปอยู่จุดไหน เพราะทั้งสองอย่างจัดเก็บรักษาไว้คนละที่ ยืนยันว่าจะไม่มีใครไปตรวจสอบได้อย่าง ยกเว้นว่าเกิดการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง

Advertisement

แชร์
กกต.แจงดรามาQR Code-บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งป้องกันบัตรเขย่ง-ปลอมแปลง