
วันที่ 8 ก.พ.2569 พรรคเศรษฐกิจ นำโดย นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรค แถลงขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจผ่านการเลือกตั้ง พร้อมระบุว่า แม้การนับคะแนนยังไม่เป็นทางการและยังไม่นิ่ง แต่จากข้อมูลการประเมินคะแนนเบื้องต้นของหลายสำนักข่าว คาดว่าพรรคจะได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 1 ล้านเสียง
นายคริส กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจซาบซึ้งต่อความหวังและศรัทธาที่ประชาชนมอบให้ แต่ในขณะเดียวกัน พรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือกตั้ง ทั้งกรณีการย้ายหน่วยเลือกตั้ง การฉีกบัตรเลือกตั้ง และการซื้อเสียงในหลายจังหวัด โดยพรรคประเมินว่าอาจมีการซื้อเสียงเกิดขึ้นในจำนวนมากกว่า 100 เขตเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากกังวลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ต่อมา นายภูมิพงศ์ จงสกุล รักษาการโฆษกพรรคเศรษฐกิจ แถลงว่า พรรคได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกพรรคและประชาชนผ่านหลายช่องทาง รวมถึงหลักฐานรูปภาพที่สะท้อนพฤติกรรมเข้าข่ายซื้อเสียง เช่น การแนบเอกสารหรือสิ่งที่ชี้นำการเลือกตั้งประกบกับธนบัตร พร้อมระบุว่าเชื่อว่าไม่ใช่เพียงพรรคเศรษฐกิจเท่านั้นที่ได้รับข้อมูลลักษณะนี้ และเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนเพื่อสร้างความโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้
นายภูมิพงศ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคได้รับการร้องเรียนกรณีการย้ายเขตหรือเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยไม่มีการแจ้งประชาชนล่วงหน้า ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องค้นหาหน่วยเลือกตั้งด้วยตนเอง และเมื่อสอบถามกลับไม่ได้รับคำชี้แจงที่น่าพอใจ นอกจากนี้ยังมีกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการนับคะแนน และทำให้พรรคมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการของ กกต. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกต้อง สุจริต และมีข้อบกพร่องประการใดหรือไม่
พรรคเศรษฐกิจย้ำจุดยืน “ทุจริตเท่ากับประหาร” พร้อมประกาศว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระและเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม ตลอดจนปกป้องสิทธิของประชาชนผู้ใช้เสียงทุกคน
ช่วงท้ายการแถลง พรรคขอให้ประชาชนอดทนและศรัทธาต่อกระบวนการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ขณะนี้ยังมีการนับคะแนนเพียงบางส่วน และขออย่าเพิ่งหมดหวัง พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าพรรคจะได้รับจำนวนที่นั่งในสภาเท่าใด จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อเป็นกระบอกเสียงของประชาชน และจะไม่หยุดทำงานทางการเมืองจนกว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลง โดยให้คำมั่นว่าจะทำให้ “ทุกคะแนนเสียง” ที่ประชาชนมอบให้เกิดความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป
Advertisement