
เมื่อเวลา 18.35 น. นายชัยธวัช ตุลานนท์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางเข้าพรรคประชาชน ก่อนให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์การเลือกตั้งและประเด็นข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ไม่รับเรื่องบางกรณี ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อการใช้สิทธิ์ของประชาชน แต่ก็ไม่ปรากฏว่าท่ง กกต. จะออกมารับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมตั้งคำถามต่อกลไกความรับผิดชอบของภาครัฐ โดยยกตัวอย่างกรณีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนประชามติหายไป รวมถึงการย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยที่ประชาชนไม่ทราบล่วงหน้า ซึ่งเห็นว่าควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวมีการสอบถามถึงกรณีของจังหวัดพะเยา ที่มีกระแสข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. ได้มีการนำบัตร ส.ส. บัญชีรายชื่อเพิ่ม ลงไปในบัตรลงคะแนนจำนวน 7 ใบ โดยเมื่อได้ยินคำถาม นายธวัชชัยถึงกับตกใจ และสอบถามย้ำว่าเป็นของพรรคประชาชนหรือ พร้อม ระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียด ต้องตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และจะเข้าไปฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีความผิดปกติใดเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบรายละเอียดได้มาก หากมีความชัดเจน ผู้สมัครจะต้องดำเนินการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอย่างเต็มที่
ในส่วนของประเด็นประชามติ นายชัยธวัช แสดงความเชื่อมั่นว่ามีแนวโน้มจะผ่าน โดยประเมินจากฐานผู้สนับสนุนพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ซึ่งมองว่ามีโอกาสรวมกันเกินร้อยละ 50 จึงเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ประชามติจะผ่านเกณฑ์
สำหรับกรณี “พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ” หากกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง เท่าที่ทราบฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนได้เตรียมแนวทางโต้แย้งไว้ ทั้งในระดับ กกต. เขต ศาลฎีกา และอาจรวมถึงในชั้น ก.พ. ด้วย
ส่วนกรณี 44 ส.ส. พรรคจะดำเนินการอย่างไรนั้น ระบุว่ายังต้องรอฟังแนวทางจากฝ่ายบริหารพรรค เมื่อถูกถามถึงกรอบระยะเวลาของคดี นายชัยธวัชกล่าวว่าไม่สามารถตอบได้ว่าปกติหรือไม่ แต่เห็นว่าคดีลักษณะนี้ไม่ใช่คดีปกติ และไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่ต้น โดยมองว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องระยะเวลา แต่เป็นเรื่องหลักการ เนื่องจากการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจเสนอร่างกฎหมาย กลับถูกร้องว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง เป็นเรื่องที่ตั้งคำถามได้ถึงดุลยพินิจของผู้ร้อง และถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติอย่างรุนแรง
ในประเด็นผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล นายชัยธวัชกล่าวว่าต้องพิจารณาวิธีการเก็บข้อมูลและการถ่วงน้ำหนักกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะการประเมินจำนวน ส.ส. เขต ว่าเก็บตัวอย่างแต่ละเขตจำนวนเท่าใด แม้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดเชิงลึก แต่เห็นว่าสามารถสะท้อนแนวโน้มภาพรวมของคะแนนนิยมระดับชาติได้ พร้อมแสดงความคาดหวังว่าพรรคประชาชนจะได้คะแนนสูงกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้ที่ร้อยละ 34–35 และมีโอกาสทะลุร้อยละ 40
เมื่อถามถึงโอกาสรักษาฐาน ส.ส. เดิมจำนวน 151 ที่นั่ง นายชัยธวัชกล่าวว่าโดยภาพรวม ส.ส. เขตของทุกพรรคการเมืองเป็นเรื่องยากที่จะกลับมาได้ครบ 100%
โดยเฉลี่ยมักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยร้อยละ 30 แต่ก็ยังหวังว่า ส.ส. ของพรรคจะได้รับเลือกกลับมาให้ได้มากที่สุด พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 2566 ที่ ส.ส. เดิมจำนวนมากไม่ได้กลับมา แต่ผู้สมัครเขตของพรรคส้มในเวลานั้นกลับมาได้ครบทั้งหมด
นายชัยธวัช กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าการนับคะแนนดำเนินไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เข้าใจว่ามีการรายงานแบบเรียลไทม์ แต่ยังอาจเร็วเกินไปที่จะประเมินภาพรวม ต้องรอให้การนับเกินร้อยละ 50 ก่อนจึงจะเห็นระยะห่างที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเรื่องสภาพอากาศ โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่มีฝนตก ก็อยากจะให้ประชาชนหาร่มและช่วยกันจับมองเห็น โดยระบุ “มันอันตรายสุดสุดเลย กังวลมากเพราะเคยมีประสบการณ์แล้วว่าหน่วยที่ฝนตก สุดๆ เลย”
ขณะที่เมื่อถูกถามว่ามีการติดต่อพูดคุยทางการเมืองเข้ามาหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า หากมี ก็คงไม่ได้เข้ามาที่ตนโดยตรง เนื่องจากตนเป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียง ต้องรอการตัดสินใจและการพูดคุยจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค
ส่วนคำถามถึง “รัฐบาลในฝัน” ว่าจะจับมือกับฝ่ายสีแดงหรือสีน้ำเงิน นายชัยธวัชตอบว่า หากเป็นในฝันก็อยากให้พรรคสีส้มจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น นายธวัชชัยก็บอกว่าถ้างั้นก็อย่าฝันเลย เดี๋ยวรอฟังจากผู้บริหารพรรคดีกว่า
Advertisement