
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อเวลา 21.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า หลายคนจะคิดแต่กล้าฝันว่าวันนี้เกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าวันนี้ประเทศไทยจะไร้คอรัปชัน หลายคนอาจจะคิด แต่ก็ไม่กล้าฝันว่าวันนี้คนไทยจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และหลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่สะอาดปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเราหลายคน อาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าเด็กไทยทุกคนอยากเรียนต้องได้เรียนและต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด
หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าครู ข้าราชการตำรวจ ทหารจะมีรายได้เพียงพอกับ รายจ่ายและกลับมาเป็นอาชีพในฝันของเด็กเด็กอีกครั้ง
หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าเรามีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองและพร้อมที่จะ ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองมีศักดิ์ศรีบนเวทีโลกในยุคสงครามแห่งเทคโนโลยีอย่างสง่างาม
หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศรายได้สูงโดยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตนคิดเสมอว่าสำหรับประเทศไทย หากพวกเราช่วยกันทุกอย่างต้องเป็นไปได้และวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ตนยศชนันวงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยที่จะเปลี่ยนแปลงความฝันความหวังของพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง
ปี 2551 ตนเริ่มเส้นทางต่อสู้เพื่อธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับคนไทย จากการตั้งคำถามที่ว่าวันนี้ทำไมประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีอะไรเป็นของตัวเองเลย ทำไมประเทศไทยไม่มีแม้กระทั่งเครื่องมือแพทย์ดีๆที่จะมารักษาชีวิตของคนไทย เครื่องมือแพทย์ไทยยังขาดแคลน ทำไมคนพิการในประเทศไทยจึงไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน 17 ปี บนทางแห่งการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยีเพื่อคนไทย วันนี้ต้นพิสูจน์แล้วว่าหากคนไทยได้รับการสนับสนุนดีๆคนไทยทำได้ แล้วคนไทยไม่แพ้ใครและคนไทยต้องไปได้ไกลกว่านี้
ส่วนในปี 2557 ตนเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยมุ่งมั่นที่จะสานต่อในสิ่งที่คนไทยทำและคนไทยต้องได้ใช้สิ่งดีๆ แต่ปัญหามันมากกว่าที่ ตนคิดในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคตของคนไทย หลายคนยังถามถึงข้าวมื้อต่อไปของเขา และนี่คือ 3.4 ล้านคนของคนไทย ที่ยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียงตนเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กในเมืองและเด็กนอกเมืองอย่างชัดเจน ตนเห็นครอบครัวหลายครอบครัวล้มลง จากปัญหายาเสพติด ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้นตนจะไปไม่ถึงฝั่งฝันจากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่วันนี้ตนเข้าใจแล้วว่าเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากหัวใจในสิ่งเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน
ตนเองพูดเสมอว่าหากในโอกาสในครั้งนี้ ตนเองพร้อมที่จะทำด้วยใจอีกครั้งด้วยหัวใจที่เข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชน ปี 2568 ตนได้รับโอกาสนั้นอีกครั้งและครั้งนี้ตนพร้อมแล้วที่จะบอกกับทั้งหมดว่าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยตนพร้อมจะเปลี่ยนแปลงความหวังความฝันของพี่น้องประชาชนคนไทย ให้เป็นความจริงและตัวจะทำเพื่อคนไทยทุกคนให้ดีที่สุด
ความหวังของพ่อแม่พี่น้องที่เป็นเกษตรกรคือการที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรที่มีมีราคาขึ้น ความหวังของชาวนาชาวไร่ชาวสวนที่ทำการเกษตรแล้วต้องการกำไร ความหวังของเกษตรกรไม่ว่าจะล้มลงสักกี่ครั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เขาต้องไม่ล้มลงอีกความหวังคนค้าขายที่วันนี้รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของคนค้าขายที่รอการกลับมาของนักท่องเที่ยว ของ SME สตาร์ทอัพแข่งขันกับต่างประเทศ ความหวังของคนทำประมง ความหวังของครูข้าราชการที่วันนี้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ความหวังของพ่อแม่พี่น้องที่จะเข้าถึงการรักษาที่ดี แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่พวกเราจะมีน้ำประปาที่สะอาดและไฟฟ้าที่ส่องสว่างถึงทุกๆ ที่บนผืนแผ่นดินไทย และความหวังที่ลูกหลานจะอยู่อย่างปลอดภัยแบบไร้ยาเสพติด ความหวังที่จะให้รัฐบาลดูแลในวันที่ล้มลง
และ 40 วันที่ผ่านมาในทุกเวทีแห่งความหวังทั่วประเทศไทยการเดินทางครั้งนี้ผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะรอยยิ้มและคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆและความหวังสุดท้ายที่เขาเดินมาหาตนเองเพื่อจะพูดคำว่าทำให้ได้นะลูกช่วยพ่อด้วย และสายตาที่ห่วงใยมาเพื่อประคับประคองเพราะเขาเคยรอดชีวิตจาก 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มามาด้วยใจจากคุณยายที่วันนี้เขาได้ครอบครัวคืนจากการปราบปรามยาเสพติดของไทยรักไทย น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกันของพ่อแม่พี่น้องเสื้อแดงเสื้อตัวเดิมที่นำกลับมา เพื่อวันนี้มายืนยาวอยู่ยืนเคียงข้างขอให้สู้ต่อไปเพื่อแผ่นดินไทย สายตาที่มองเพื่อให้กำลังใจในวันที่ตนอ่อนล้าเพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้ โดยมีการพูดถึงลุงยา ที่เดินทางมาฟังปราศรัย พร้อมบอกว่าไม่รู้ว่าลุงเขียนชื่อตนบนกระติ๊บอันหนึ่ง ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ตนหมดแรงพอเห็นกระติ๊บที่มีชื่อตนเท่านั้น ตนเองก็มีแรงลุกขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อประชาชนคนไทย
วันนี้ตนไม่รู้ว่าจะอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกนานแค่ไหน แต่อีก 4 ปีข้างหน้า ตนจะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้คนไทยและจะทำให้ดีที่สุด
เราจะดึงเศรษฐกิจนอกระบบออกมาให้เข้าในระบบ เพื่อเพิ่มรากฐานให้กับประเทศแล้ววันนี้ประเทศไทยจะยืนยันสง่าผ่าเผยบนเวทีโลกด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และประเทศไทยจะให้โอกาสคนที่ล้มลดลงได้ลุกกลับขึ้นมาอีกครั้งนึงเราจะแก้หนี้ทั้งระบบเราจะดูแลคนที่เปราะบางให้ดีที่สุดเพราะเขาคือคนไทยเหมือนพวกเรา เราจะขยายการเกษตรฐานการเกษตรต้องเป็นเกษตรมูลค่าสูงอุตสาหกรรมต้องเป็นอุตสาหกรรมสะอาดและมีมูลสูง การบริการการท่องเที่ยวต้องมีมูลค่าสูงและเราจะยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพเศรษฐกิจ เศรษฐกิจฐานวัฒนธรรม เศรษฐกิจทางนวัตกรรมและเศรษฐกิจการเงินทุกรูปแบบ และวันนี้ตนจะวางคงสร้างพื้นฐานทุกมิติเพื่อคนไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก เราจะบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบและประเทศไทยต้องไร้คอรัปชั่นด้วยรัฐบาลดิจิทัลดูแลประชาชนด้วยเพื่อวิทยาศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม
และที่สำคัญที่สุดประเทศไทยจะต้องดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอาจมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ทิ้งท้าย แยกแห่งความหวังกำลังเกิดขึ้นแล้ววันที่ 8 กุมภานี้ ตนขอโอกาสพรรคเพื่อไทยดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนอีกครั้ง และตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงความฝันความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทยให้เป็นความจริง
Advertisement