
(31 ม.ค. 2569) ที่เวทีปราศรัย อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยช่วงหนึ่งว่าขอให้เลือกเพื่อไทย 2 ใบ บางคนบอกว่าอยากจะกาเพื่อไทย แต่เกรงใจผู้กอง ไม่ต้องเกรงใจผู้กอง ผู้ต้องขังมาเอง สบายใจได้ ติดคุกมาแล้ว 3 รอบ ติดเองไม่เกรงใจใคร วันนี้ตั้งใจมาพบชาวจังหวัดพะเยา เพราะมีนโยบายจากพรรคเพื่อไทยเป็นของดีมามอบให้
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อคืนตอนดูข่าวทีวี เห็นภาพพรรคสีน้ำเงิน นำโดยนายกฯหนูตั้งเวทีปราศรัยที่สวนลุมพินี ซึ่งก็ว่ากันไป ว่าจะแถลงผลงานหรือนโยบาย แต่ตนว่าหลังๆ แนวทางการหาเสียงของพรรคนายกฯดูแปลกๆ คือ ท่านวิ่งราวชาติไปรักอยู่พรรคเดียว บอกว่าต้องเลือกพรรคที่รักชาติ หมายถึงพรรคท่านพรรคเดียว ส่วนพรรคอื่นซึ่งไม่รู้หมายถึงพรรคไหนบ้าง ท่านบอกว่าพวกนั้นไม่รักชาติ แต่ไม่ว่าหมายถึงพรรคไหน พูดในหลักการ ตนไม่เห็นด้วย จะหาเสียงจะรักบ้านเมือง รักประชาชนอย่างไรก็บอก มีนโยบายอย่างไรก็บอก ไม่ใช่ไปชี้ว่าใครเกลียดชาติ ไม่มี คนทำพรรคการเมืองจะทำด้วยความเกลียดทั้งชาตินั้นไม่มี
และนายกหนูยังเอาใหญ่ พูดกระแทกแดกดัน บอกว่าท่านเป็นนายกฯ ท่านไม่ต้องฟังอังเคิล แม้แต่แดดดี้ในประเทศไทยก็ไม่ต้องฟัง ซึ่งก็ตรงๆ ว่าหวังกระแทกแดกดันมาที่พรรคเพื่อไทย กระทบกระแทกไปที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในเรือนจำ
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าตนบอกกี่หนแล้ว ว่าเรื่องบ้านเมือง เรื่องดินแดนคนไทยต้องอยู่ฝ่ายเดียวกัน จะสร้างความแตกแยกหาคะแนนนิยม โดยผลักไสไล่ส่งคนไทยด้วยกัน ไปเป็นคนต่างด้าวท้าวต่างแดนได้อย่างไร เพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็ทำเต็มที่ เพื่อรักษาเอกราช และอธิปไตย เมื่อนายอนุทินเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยก็ต้องสนับสนุนรัฐบาล สนับสนุนกองทัพและหน่วยทหาร ให้ทำหน้าที่ ไม่มีใคร ไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จะปันใจไปให้บ้านเมืองอื่น หาเสียงแบบนี้คิดแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง แต่สร้างความแตกแยกไว้ให้สังคมและประเทศ
การปราศรัยบนเวที บอกว่าถ้าเลือกสองครั้งซึ่งหมายถึงพระสีแดงสีส้ม เท่ากับเลือกตามที่กัมพูชาเลือก ยืนยันว่าไม่จริง เพราะรัฐมนตรีคนนั้นของประเทศเพื่อบ้านที่พูดมา ไม่รู้ว่าเจตนาหาแนวร่วม หาคะแนนให้นายแนุทินหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยเดินมากับประชาชน พิสูจน์ด้วยผลงายและนโยบายมาตลอด 20 ปี โดนกระทำ ไม่เคยท้อ พรรคเพื่อไทยยืนหยัดอยู่จุดนี้
นายอนุทิน พูดแบบนี้ ตนยังไม่พูดเลยว่า ตอนที่มีเรื่องกันใหม่ๆ ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านบอกว่ารัฐบาลไทยจะเปลี่ยนภายในสามเดือน ประเทศไทยจะมีนายกฯใหม่ภายในสามเดือน แล้วสามเดือนเปลี่ยนเป็นรัฐบาลหนูขึ้นมาจริงๆ ตนไม่อยากพูด เพราะพูดแล้วจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในชาติ เราทำไม่ได้ เรื่องแผ่นดินเรื่องเอกราชคนไทยต้องอยู่ข้างเดียวกัน อย่าหวังเพียงแค่คะแนนเสียง
ส่วนที่พูดว่าไม่ฟังแดดดี้ที่เมืองไทย ยืนยันว่านายทักษิณอยู่ในเรือนจำ ไม่ได้มีบทบาท หรือเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เล่นแบบนี้เล่นนอกเกมกติกากันหรือไม่ ไปย้ำซ้ำเติมคนที่อยู่ในห้องขัง นายอนุทินฟังแดดดี้หรือไม่ไม่รู้ แต่ที่รู้ท่านฟังแต่ครูใหญ่ เป็นเด็กครูใหญ่ ขนาดทะเบียนบ้านยังอยู่ในบ้านครูใหญ่ที่เขากระโดง เขารู้กันทั้งประเทศไทย นายกฯต้องตั้งสติดีๆ วันก่อนบอกว่าตนพูดแล้วระวังโดนฟ้อง ตนจะกลัวโดนฟ้องทำไม เพราะรออยู่อีกตั้งหลายคดี แต่ตอนนี้พูดความจริงทั้งนั้น
Advertisement