
วันที่ 30 ม.ค. 68 น.ส.ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.แพร่ เขต1 พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับประวัติการพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ว่า ตนขอยืนยันว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา98 (8) ทุกประการ
น.ส.ขวัญรัตน์ ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 66 นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ได้แต่งตั้งตนให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรี ต่อมาวันที่ 30 มี.ค. 66 ได้มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นการพ้นตาม มาตรา48 (2) แห่งพ.ร.บ.เทศบาลฯ คือการพ้นตามคำสั่งของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง มิใช่การพ้นเพราะกระทำทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติมิชอบในวงราชการตาม มาตรา48 (8) แต่อย่างใด
"การที่ได้รับการแต่งตั้งในขณะที่อายุยังไม่ครบ 35 ปีบริบูรณ์นั้น ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ เพราะตนเป็นผู้รับคำสั่งแต่งตั้ง และหากจะมีประเด็นเรื่องขาดคุณสมบัติก็มิใช่การใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งของตนในการแต่งตั้งตนเองแต่อย่างใด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญลักษณะต้องห้ามจะใช้เฉพาะกรณีถูกสั่งให้ออกเพราะทุจริตเท่านั้น" น.ส.ขวัญรัตน์ ระบุ
นอกจากนี้ น.ส.ขวัญรัตน์ ยังเปิดเผยข้อมูลผลการสอบสวนของจังหวัดแพร่ (ตามหนังสือที่พร 0023.4/002 ลงวันที่ 4 ม.ค. 2567) ระบุว่า คณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้นตามเรื่องร้องเรียนของ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของนายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ในการแต่งตั้งตนนั้น "ยังไม่ถือว่าเป็นการประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย" และไม่ใช่ความผิดร้ายแรงโดยทางจังหวัดได้ดำเนินการเพียงการตักเตือน และกำชับให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัดในอนาคตเท่านั้น
สาเหตุของความคลาดเคลื่อนดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจโดยสุจริตของตัวนายกเทศมนตรีที่จำเกณฑ์อายุเดิมคือ 30 ปี ตามกฎหมายปี 2546 แต่กฎหมายใหม่ปี 2562 ปรับเป็นอายุ 35 ปี ซึ่งในขั้นตอนการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานก็มิได้ทักท้วงแต่ประการใด จึงแสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
"ขอยืนยันว่าดิฉันยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส.ทุกประการ ทุกคะแนนที่พี่น้องชาวแพร่มอบให้จะไม่เสียเปล่า เหลือเวลาอีกเพียง 10 วันจะถึงวันเลือกตั้ง ขออย่าหวั่นไหวกับข่าวโจมตีที่มีวัตถุประสงค์สกัดกั้นพรรคประชาชนในการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง 8 กุมภาพันธ์นี้ เข้าคูหากาส้ม 2 ใบ เพื่อรัฐบาลของประชาชน" น.ส.ขวัญรัตน์ กล่าว
Advertisement