
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ไปหาเสียงในจังหวัดอุดรธานี และระบุว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง จะส่งผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ว่า แต่ละพรรคการเมืองย่อมมีความผูกพันกับพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้อยู่แล้ว
นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเมื่อหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ก็ระบุว่าเป็นจังหวัดต้นกำเนิดของพรรค ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกตรงไหน และทุกคนต่างก็ภูมิใจที่ได้พูดในสิ่งที่ตนเองมองว่าเป็นความภาคภูมิใจ ไม่มีปัญหาอะไร พร้อมย้ำว่า ไม่ได้มีการประกาศว่าจังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ คนที่อยู่บนเวทีปราศรัย หากพูดแล้วประชาชนมีเสียงตอบรับ ก็ย่อมช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้พูด แต่หากพูดแล้วประชาชนเงียบ ผู้พูดก็อาจรู้สึกกดดันและขาดกำลังใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร
นายอนุทิน ยอมรับว่าไม่ได้สนใจเรื่องโพลผลสำรวจในช่วงก่อนเลือกตั้ง ผมสนใจไปหาเสียงแบบออร์แกนิคมากกว่า และมีความสุขที่ได้ลงไปแบบนี้ ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้รับฟังข้อเสนอแนะของประชาชน บางอย่างเราคิดไม่ถึง ว่าเขาแบบนี้ เป็นสิ่งที่หน่วยงานราชการจะต้องทำตามในงานประจำของเขา ตนต้องบอกปลัด บอกอธิบดี บอกเลขาธิการให้ทำไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งตนใช้เวลาไปจากสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน หากทำไปก็ถือว่ารัฐบาลได้ผลงานไปด้วย หน่วยงานก็ได้ผลงานไปด้วย ทุกฝ่ายมีความสุขแฮปปี้
ส่วนที่มีหลายฝ่ายประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นม้ามืด
สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีตอบเพียงว่า ถามเสียงน่ากลัวมากเลย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การที่นายกรัฐมนตรีนำประเด็นไทยกัมพูชาไปหาเสียง แต่เหตุใดไม่นำเรื่องการยกเลิก MOU 43 -44 ไปใช้ในการหาเสียงด้วย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรีตนพูดมันกว่านี้อีก ซึ่งในเมื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีการจะพูดอะไรต้องคิดถึงประเทศชาติด้วย จึงเป็นข้อจำกัดบางอย่าง หากตนไม่มีความรับผิดชอบต่อเกียรติภูมิของประเทศ หากเราพูดสนุกสนาน และมีการไปตีความว่าเป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรี ต่อให้เร้าใจก็ไม่ได้ ตนจึงเลือกที่จะระมัดระวัง จึงไม่ได้เอาเรื่องพวกนี้มาเป็นสาระในการหาเสียง ซึ่งสาระของพรรคภูมิใจไทยคือจะทำ อย่างไรให้ประชาชนแก้ไขปัญหาปากท้องได้ กินดีอยู่ดี ทำให้เศรษฐกิจยกตัวขึ้นมา รวมถึงเงิน หมุนเวียนในระบบหมุนเวียน และทำให้ประเทศมีความปลอดภัย นักลงทุนนักท่องเที่ยวมีความเชื่อถือในประเทศไทย ตนคิดเพียงเท่านี้ หน้าที่หลักเรามีเพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปทำ รัฐบาลมีหน้าที่เพียงสนับสนุนเท่านั้น
ส่วนที่ขณะนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว แต่เหตุใดจึงมีกระแสว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มี อย่าไปเสพโซเชียลเยอะ เพราะกกต. หารือกับรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่ไม่พึงประสงค์ หรือมีเหตุการณ์ที่จะทำให้ มีปัญหาตามแนวชายแดน กระทรวงมหาดไทยก็มีมาตรการที่จะจัดการเลือกตั้งไปแล้ว โดยการอำนวยความสะดวกต่างๆให้กับพี่น้องประชาชน กกต. ก็ลงนามและแจ้งต่อรัฐบาลแล้ว ไม่มีปัญหา
ส่วนการหาเสียงแบบออร์แกนิคจะสามารถโน้มน้าวใจประชาชนได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า
ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น หากเราแฮปปี้อย่างไรก็ทำอย่างนั้น เพราะไม่ได้เก่งทุกเรื่อง
Advertisement