
วันที่ 21 ม.ค.2569 นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ พุทธบูชา-ประชาอุทิศ เพื่อช่วย นางสาวแอนศิริ วลัยกนก ผู้สมัคร สส. เขตทุ่งครุและเขตราษฎร์บูรณะ ( ยกเว้นบางปะกอก ) พรรคประชาชนหาเสียง ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงมีประชาชนมายืนรอมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง ขนม และส้ม ให้กับนายรังสิมันต์และผู้สมัคร พร้อมบอกว่าขอฝากประเทศไทยไว้ด้วย
โดยนายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพรวมในพื้นที่กรุงเทพมหานครยืนยันว่าเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ที่เรามั่นใจ ว่าเราจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน โดยเฉพาะเขตของนางสาวแอนศิริ เรามั่นใจจริง ๆ ว่าการที่เรายังได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชน กทม. จะเป็นการต่อ ยอดเพื่อนำไปสู่การตั้งรัฐบาลประชาชน เราต้องยอมรับว่าถ้าจะตั้งรัฐบาลประชาชนได้ก็ต้องรักษาพื้นที่เดิมต่อยอดพื้นที่ใหม่ ซึ่งพื้นที่เดิมเราแพ้ไม่ได้ ต้องรักษาฐานที่มั่นตรงนี้เพราะนี่คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนประเทศไทย
ส่วนนโยบายภาพรวมของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญมีทั้งผลกระทบและโอกาส เรามองว่านโยบายของพรรคประชาชนตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ เช่น นโยบายการปลดหนี้ คือถ้าผ่อนต้นผ่อนดอกมากกว่ายอดหนี้ที่กู้มา ก็จะยกหนี้ให้เลย หรือใครที่ยังผ่อนไม่ครบภายใน 5 ปี ก็จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนเห็นว่าความสำคัญในการพยายามสร้างรัฐสวัสดิการของพรรคประชาชนสามารถทำได้จริง
ยืนยันว่านโยบายเหล่านี้ไม่ใช่นโยบายขายฝัน ถ้าจะเอาเรื่องตัวเลขหรือเงินมาจูงใจกันจริง ๆ ปั้นตัวเลขอย่างไรก็ได้ แต่ในความเป็นจริงเรามีบทเรียน หลายพรรคการเมืองที่พยายามสร้างนโยบายที่สวยหรูพอต้องปฏิบัติก็ทำไม่ได้ พรรคประชาชนในฐานะที่เราเคยเป็นฝ่ายค้าน เราเห็นถึงปัญหา มั่นใจมากว่า 200 กว่านโยบายของเราทำได้จริง ๆ
เมื่อถามว่าผอ.นิด้าโพล ออกมาวิเคราะห์ว่ารอบนี้พรรคประชาชนจะเป็นอันดับสองมองอย่างไรนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าทุกคำสบประมาทก็เป็นพลังให้เราเดินไปข้างหน้า ยืนยันว่าพรรคประชาชนอยู่ในจุดที่ดีที่สุด ที่เคยมีมาเมื่อเปรียบเทียบตั้งแต่ตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล เรามั่นใจมากว่าพรรคประชาชนยังอยู่ในจุดที่มีแนวโน้มที่ดีที่สุดมาก ๆ
ดังนั้นเราค่อนข้างมั่นใจว่าทิศทางที่เราจะได้รับผ่านผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลประชาชนได้ เมื่อเทียบกับความพร้อมหลาย ๆ ด้านทั้งคนและนโยบาย มั่นใจว่าเราพร้อมมากที่สุด เชื่อว่าจากวันนี้จนถึงวันสุดท้ายที่ต้องไปออกเสียงเลือกตั้งประชาชนจะเลือกความเปลี่ยนแปลงแน่นอน มั่นใจว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าเลือกตั้งครั้งนี้กระแสจะชนะกระสุน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าจริง ๆ เมื่อเราพูดถึงกระสุนเราพูดถึงอะไร เรากำลังพูดถึงกระสุนเงินซึ่งจริง ๆกระสุนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ถ้าเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา มันแสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าแนวโน้มของกระสุนจะไม่สามารถชนะใจ ของประชาชนได้ ประชาชนเลือกที่จะฟังหัวใจของตัวเอง เลือกที่จะเชื่อมั่นในนโยบายไม่เช่นนั้นพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นไม่ได้ การที่พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ก็แสดงให้เห็นว่าการทำงานด้วยนโยบายมันได้ผลจริง
" เรามั่นใจว่ารอบนี้ต่อให้มีกระสุนมากเป็นพิเศษจะมีกระสุนเทา กระสุนเงินทอนแต่กระสุนเหล่านี้ผมมั่นใจว่าจะไม่สามารถที่จะเปลี่ยนใจพี่น้องได้และยืนยันว่าพี่น้องประชาชน ก็ตระหนักว่าการที่มีการซื้อเสียงเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการทุจริตคอรัปชั่น ที่มันกัดกร่อนประเทศไทย จนประเทศไทยอยู่ในสภาพที่แย่กว่าที่นักคิดหรือคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจประเมินด้วยซ้ำ วันนี้ประเทศไทยกำลังถูกทิ้งห่าง หลายประเทศเริ่มตามเราทันผมคิดว่าเราต้องชนะคอรัปชั่นให้ได้ " นายรังสิมันต์กล่าว
ขณะที่นางสาวแอนศิริ กล่าวถึงเรื่องที่ต้องการพยายามผลักดันภายในพื้นที่ ว่า ในสมัยที่ผ่านมาตนด้วยผลักดันเรื่องต่าง ๆ ผ่านกลไกสภาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการจราจร และต่อสู้เพื่อพี่น้องชาวมุสลิมที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่ ส่วนเรื่องที่จะผลักดันต่อคือ เรื่องการศึกษาที่โรงเรียนในสังกัด กทม. ควรมีความเท่าเทียมทางการศึกษาโดยเฉพาะการเพิ่มหลักสูตรทางการเงินโดยวางแผนร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการผลักดันในพรบ.กทม. ต่อไป เพื่อเป็นการวางแผนทางการเงินให้กับเด็ก ซึ่งในพื้นที่มีโรงเรียนที่ได้นำร่องไปบ้างแล้ว
นายรังสิมันต์ กล่าวเสริมว่า ยังไงก็ขอฝากนางสาวแอนศิริไว้ด้วย ขนาดเป็นฝ่ายค้านไม่มีงบประมาณ เรื่องการประสานงานก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าให้ดีรอบหน้าอย่าให้เราเป็นฝ่ายค้านให้เราเป็นรัฐบาลประชาชนเลย
Advertisement