
วันที่ 20 มกราคม 2569 นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส แถลงพัฒนาการ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ที่ผ่านมาใช้ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดและด้วยความจริงใจ แต่ยังพบการละเมิด Joint Statement จากฝ่ายกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุทั้งทางการทหารและทางวาทกรรม เช่น ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้หยิบยกกรณีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาแสดงความเห็นที่เป็นลักษณะเชิงแทรกแซงกิจการภายในของไทย ในบริบทการเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งขัดต่อ Joint Statement ข้อ 6 ที่ระบุให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการใดๆที่เป็นการยั่วยุ ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น
ล่าสุดปรากฏรายงานข่าวในสื่อกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จากสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งของกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปฎิบัติราชการอยู่ที่การประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการชี้แจงทันที เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้
ข้อแรก การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และไม่สามารถยอมรับได้
ข้อที่ 2 ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญและอยู่เหนือการปกครอง ฝ่ายกัมพูชาเองโดยเฉพาะผู้แทนระดับสูงในระดับวุฒิสมาชิกควรจะตระหนักถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น การดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวโยงกับเรื่องที่เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ข้อที่ 3 กรณีนี้ถือเป็น อีกตัวอย่างหนึ่งของการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขัดต่อมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดต่อกฎบัตรอาเซียน และขัดต่อ Joint Statement โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 6 ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว
ข้อ 4 ในการนี้ฝ่ายไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำชับให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและในสภากัมพูชา ให้มีวิจารณญาณยุติการออกแถลงการณ์ หรือการแสดงความเห็นเชิงยั่วยุใดๆ และแสดงความจริงใจและความสุจริตใจในการปฏิบัติตาม Joint Statement ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาที่เข้มข้นระหว่างสองฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการ ดังนี้ โดยการมีหนังสือประท้วงในเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว และมีหนังสือตอบโต้ไปยังสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้องด้วย
ขอเรียนว่า ไทยและกัมพูชามีช่องทางสื่อสารระหว่างกันหลายช่อง และใน Joint Statement เองก็ระบุให้ทั้งสองฝ่ายคงไว้ซึ่งการสื่อสารโดยตรงและ สม่ำเสมอระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด อีกทั้งยังกำหนดให้จัดตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวของทางการทั้งสองฝ่ายด้วย
ตั้งแต่กัมพูชาผ่านพ้นวิกฤติทางการเมืองต่างๆ ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดได้แสดงไมตรีจิตโดยให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาทั้งด้านมนุษยธรรม และในการฟื้นฟูประเทศในมิติต่างๆโดยตลอด และหวังจะเห็นฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย
Advertisement