
(16 ม.ค. 2569) เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปสักการะอนุสาวรีย์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ เสด็จเตี่ย บริเวณด้านข้างสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตพาณิชยการพระนคร ซึ่งอยู่ติดกับทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้เตรียมพวงมาลัยดอกกุหลาบมาไว้ และแวะซื้อเครื่องสักการะ ก่อนขอพร
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินเข้าไปทักทายเจ้าหน้าที่กวาดขยะกรุงเทพมหานครเขตดุสิต พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน
ก่อนจะเดินกลับมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า ตนมาตั้งหลายเดือน จนจะพ้นวาระแล้ว มีคนบอกว่าอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯตรงนี้ควรจะต้องไปไหว้ วันนี้มีเวลาพอดี จึงถือโอกาสเดินมาสักการะ
ส่วนได้ขอพรอะไรบ้าง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็เหมือนกับทุกคนที่เวลาปกติไปไหว้ท่านและขอพร
เมื่อถามว่า การไปสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้อยู่ใกล้ทำเนียบ ได้ขอให้กลับมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลอีกใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ที่ไหนก็ใกล้ทั้งนั้น
เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงหรือไม่ นายอนุทิน ยอมรับว่ามี ส่วนจะจุดไหนนั้น ตนออแกนิคอย่างเช่นเมื่อสักครู่ก็ได้ทักทายสอบถามสารทุกข์สุขดิบกับเจ้าหน้าที่ กทม. มันก็ไม่ใช่การหาเสียง พร้อมมองว่า ดีเสียอีกที่เราได้รับฟัง อย่างคุณป้าขายดอกไม้บอกว่าเวลาม็อบมาก็อยากให้รีบจบ เพราะบังหน้าร้าน ขายดอกไม้ไม่ได้ อย่าให้ม็อบต้องรอนาน ตนจึงมองว่าเรื่องนี้มีเหตุผลและควรให้ความสำคัญ ฉะนั้นถ้าอีกหน่อยมีม็อบมา เราก็ต้องออกมาเจรจาพูดคุยกับเขา ไม่ใช่ให้เขามานั่งรอหลายเดือนแล้วไม่มีคำตอบ
นอกจากนี้ ตนยังได้คุยกับเจ้าหน้าที่กวาดขยะของกทม. ที่ได้ทวงถามเรื่องคนละครึ่งพลัสด้วย เพราะรอบที่ผ่านมานั้นเขาไม่ได้ ดังนั้นตนก็จะนำเรื่องดังกล่าวกลับไปหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถ้ามีโอกาสได้ทำอีกก็พยายามที่จะขยายวง ให้คนได้รับสิทธิประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่ เราได้มีโอกาสรับฟังความเห็นโดยตรงจากประชาชน ไม่ต้องไปฟังจากรายงานของใครหรือที่ไหน เพราะออแกนิคทั้งสองฝ่าย
ส่วนแม้ว่ารัฐบาลครั้งหน้าจะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีการผลักดันในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
สำหรับในช่วงนี้ที่บ้านเมืองเกิดเหตุการณ์มากมาย มีการอธิษฐานขอพรให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้ม พร้อมกล่าวว่านั่นหน่ะสิ แต่อย่างแรกเราต้องระมัดระวังก่อนที่จะพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเราต้องทำตามกฎระเบียบและขั้นตอนที่กำหนดไว้ให้ดีก่อน
พร้อมยกตัวอย่างว่า เมื่อสักครู่ตนได้เจอกับนักศึกษาที่มาไหว้ขอพร จึงได้สอบถามไปว่ามาขอพรเรื่องอะไร แต่เมื่อเขาบอกว่าขอพรให้สอบผ่าน จึงถามกลับไปว่าอ่านหนังสือแล้วหรือไม่ แต่นักศึกษาตอบว่ายัง ตนจึงตอบไปว่า ไหว้เสร็จให้กลับไปอ่านหนังสือก่อน เพราะไหว้อย่างเดียวไม่พอ
Advertisement