
จากกรณีที่ สื่อต่างประเทศรายงานว่า "เฉิน จื้อ" (Chen Zhi) หรือ วินเซนต์ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ในกัมพูชา ได้ถูกเนรเทศไปยังประเทศจีนแล้ว หลังถูกจับกุมในกัมพูชาท่ามกลางข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกี่ยวกับการฉ้อโกงขนาดใหญ่และการฟอกเงิน รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ที่มีมูลค่าเกี่ยวข้องมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยทาง กระทรวงมหาดไทยแห่งกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ว่า ขอแจ้งให้ประชาคมภายในประเทศและนานาชาติทราบว่า ภายใต้ขอบเขตความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการราชอาณาจักรกัมพูชาได้จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี จี เหลียง และเส้า จี ฮุย และส่งตัวกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว
โดยในประกาศฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า "เฉิน จื้อ" ได้ถูก พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา ลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาเพื่อถอนสัญชาติกัมพูชาไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2568
ในเพจ Army Military Force กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการไล่ล่าหลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาลับหลังต่อเขาในฐานะตัวการใหญ่เบื้องหลังขบวนการต้มตุ๋นคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่านับล้านล้านบาท พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในการกักขังเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงานใน "นิคมสแกมเมอร์" ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า เงินมหาศาลที่ได้จากการฉ้อโกงและฟอกเงินผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ถูกนำไปใช้ปรนเปรอชีวิตส่วนตัวอย่างหรูหราล้ำฟ้า ทั้งการสะสมภาพวาดของปิกัสโซ การครอบครองเครื่องบินเจ็ต และเรือยอชต์ส่วนตัว โดยทาง FBI ภายใต้การนำของนายแคช พาเทล สามารถดำเนินการอายัดบิตคอยน์ที่เกี่ยวพันกับขบวนการนี้ได้สูงถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ในหน้าฉาก "เฉิน จื้อ" ในวัย 37 ปี จะมีภาพลักษณ์เป็น "เนียะ ออกญา" มหาเศรษฐีผู้ใจบุญผ่านทางมูลนิธิพรินซ์ และยังเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้นำระดับสูงของกัมพูชาทั้งสองรุ่น แต่เบื้องหลังกลับถูกคว่ำบาตรอย่างหนักจากทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ในข้อหาเป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
อาณาจักร Prince Holding Group ที่มีมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และธนาคารกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงโครงการยักษ์ใหญ่อย่าง Prince Plaza ในพนมเปญ กำลังเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อผู้นำสูงสุดของกลุ่มที่มีสัญชาติทั้งกัมพูชาและอังกฤษรายนี้ ถูกส่งตัวกลับไปรับโทษในแผ่นดินเกิดภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการกวาดล้างทุนสีเทาให้หมดสิ้นไป
Advertisement