
วันที่ 4 มกราคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรค ดูแลนโยบาย ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค และตนในฐานะผู้ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ รวมพลังกัน นำทีม “กรุงเทพฯฟ้าใหม่” พร้อมก่อน เดินก่อน ผู้สมัคร สส.กทม. เดินหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง
โดยวันนี้ ได้ลงพื้นที่ทั้งหมด 4 เขต เริ่มเดินตั้งแต่ช่วงเช้าในเขต 14 บริเวณ สวนพฤกษ์ การเคหะ ปากซอยนวมินทร์ 8 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่นเขตบางกะปิ จากนั้น ไปต่อยังพื้นที่เขต 3 ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ต่อมาในช่วงบ่าย นายอภิสิทธิ์นำทีม สส.กทม. ลงพื้นที่เขต 32 วัดระฆัง โดยหัวหน้าพรรค ดร.การดี ท่านองอาจ นางรัดเกล้า ตน และผู้สมัครในเขตดังกล่าว จะเข้าสักการะหลวงพ่อโต พร้อมเดินต่อเพื่อทักทายประชาชนและแม่ค้าพ่อค้าในตลาดวังหลัง และสิ้นสุดวันของการหาเสียงในพื้นที่เขต 33 ณ ตลาดนัดเย็นวัดภาณุรังษี จรัญสนิทวงศ์ 35 / 37
“ผมยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านองอาจ และผมลงพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ มีกระแสตอบรับจากประชาชนในทุกพื้นที่ดีวันดีคืน โดยบางพื้นที่เป็นฐานเสียงเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพี่น้องในพื้นที่ให้การต้อนรับหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.กทม. เป็นอย่างดี พร้อมตอบรับกับการกลับมาของท่านหัวหน้าพรรค รวมถึงผู้บริหาร หรือสมาชิกพรรค ที่กลับบ้านประชาธิปัตย์ เพื่อมารวมพลังในการบริหารและพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อ เพราะในช่วงที่ท่านหัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี และท่านกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น สามารถช่วยกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังย่ำแย่ สามารถพลิกฟื้นกลับขึ้นมาได้ จึงยิ่งทำให้ประชาชนในกรุงเทพฯ กลับมามีความหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะกลับมาช่วยกู้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้“ นายสกลธี กล่าว
นายสกลธี กล่าวยอมรับว่า การลงพื้นที่หาเสียงและได้พบปะประชาชน โดยได้รับการบอกเล่าจากประชาชนในพื้นที่จำนวนมากที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างยาวนาน แม้อาจจะเลือกพรรคอื่นในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ประชาชนเดินมาบอกว่าการเลือกตั้งรอบนี้ พร้อมจะให้การสนับสนุนประชาธิปัตย์เต็มที่
นายสกลธี กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต ประชาชนคาดหวังที่จะให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทุนเทา และการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งตรงกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ จึงมั่นใจว่านโยบายจะถูกใจประชาชนในกรุงเทพฯ และเป็นปัจจัยที่จะทำให้ประชาชนนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธุ์ 2569 ที่จะถึงนี้
Advertisement