Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6 ต่อ 3 "แพทองธาร" หลุดนายกฯ

เปิดคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6 ต่อ 3 "แพทองธาร" หลุดนายกฯ

29 ส.ค. 68
16:37 น.
แชร์

เปิดคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6 ต่อ 3 "แพทองธาร" หลุดนายกฯ เซ่น ปมคลิปเสียงฮุน เซน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ส.ค. 68 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยประมาณ 48 นาที 

ทั้งนี้คำวินิจฉัย ระบุว่า น.ส.แพทองธาร ขาดคุณสมบัติ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร (ผู้ถูกร้อง) กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 68 

ศาลรัฐธรรมนูญ แจงว่า การกระทำขอความเห็นใจ ที่ น.ส.แพทองธารพูดคุยกับฮุน เซน โดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้น ไม่ใช่เทคนิคการเจรจา แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยขาดความรอบคอบ และระมัดระวัง ซึ่งตามวิสัยและพฤติกรรมของ น.ส.แพทองธาร ในฐานะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องมีวิจารณญาณในการเลือกกระทำการโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวและศักยภาพของรัฐบาลคะแนนนิยมในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่คำนึงถึงและคิดถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง 

การกระทำดังกล่าวเป็นการลดทอนหรือทำให้เสียหายซึ่งเกียรติภูมิ เกียรติของนายกรัฐมนตรี และประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องจากสังคมหรือนานาชาติ และการนับถือของประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนภาคภูมิใจ ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย ขาดความภูมิใจ ขัดความไว้วางใจในนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำของประเทศ อันไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติและนำประโยชน์ส่วนตัวเหนือกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของมาตรฐานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน หัวหน้าธุรการและองค์กรอิสระพ.ศ. 2561 หมวดหนึ่ง ข้อ6 ข้อ7 ข้อ8 

โดยการกระทำของ น.ส.แพทองธาร ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีทำให้สาธารณะชนเกิดความแห่งสงสัยว่านางสาวแพทองธารจะทำการใด ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชามากกว่าคำนึงถึงประเทศชาติ เป็นเหตุให้สาธารณะชนขาดความศรัทธา ของนายกรัฐมนตรีเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่น และการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอันเป็นลักษณะเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการปฎิบัติหน้าที่ราชการ โดยไม่ยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรม ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ 

ดังนั้น การกระทำของ น.ส.แพทองธารเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 หมวด 2 ข้อ 17 และข้อ 21 เมื่อพิจารณาประกอบกับเจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายแล้ว เห็นได้ว่ามีลักษณะร้ายแรงตามข้อ 21 วรรค 2 ด้วย น.ส.แพทองธารจึงมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และหาอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเนื่องจากไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป 

ผลของคดีนี้ เมื่อ น.ส.แพทองธารขาดคุณสมบัติ ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีจึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และยังส่งผลสืบเรื่องให้รัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะตามมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป

Advertisement

รูปภาพทั้งหมด

แชร์
เปิดคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6 ต่อ 3 "แพทองธาร" หลุดนายกฯ