Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศบ.ทก. เผยพบกัมพูชาเสริมที่มั่นในพื้นที่ชายแดน-ยังลอบวางทุ่นระเบิด

ศบ.ทก. เผยพบกัมพูชาเสริมที่มั่นในพื้นที่ชายแดน-ยังลอบวางทุ่นระเบิด

13 ส.ค. 68
14:31 น.
แชร์

"ศบ.ทก." เผยพบ "กัมพูชา" เสริมที่มั่นในพื้นที่ชายแดน พร้อมขอ "เขมร-ARMAC" แสดงความจริงใจเก็บกู้ทุ่นระเบิด หลังพบกัมพูชา ยังคงลักลอบวางทุ่นระเบิด

วันที่ 13 ส.ค. ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก.แถลงข่าวประจำวัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยพลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และโฆษก ศบ.ทก.ด้านความมั่นคง และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม โฆษก ศบ.ทก. ด้านการต่างประเทศ

พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องแรก คือ สถานการณ์ชายแดนสถานการณ์ทั่วไป ขณะนี้อยู่ในภาวะปกติ ทั้งนี้ฝ่ายไทยได้มีการเฝ้าระวัง และมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการสังเกตุเห็น และพบการปฎิบัติของฝ่ายกัมพูชาในการเสริมที่มั่นแข็งแรงในพื้นที่ แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

2.การปฎิบัติงานของผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวของอาเซียน ซึ่งเป็นผลการประชุมมาจากคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ในสมัยวิสามัญที่ผ่านมา โดยการนำของผู้ช่วยผู้แทนของอาเซียน นำโดยผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำประเทศไทย ที่มีแผนลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ และผลกระทบต่าง ๆ ในพื้นที่ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อแสดงความโปร่งใส ซึ่งวันนี้ที่ประชุม ศบ.ทก.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีแผนจะนำคณะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอาเซียนชั่วคราว ลงพื้นที่ดังกล่าว โดยวันนี้ก็จะมีการประชุมที่กองบัญการกองทัพไทย เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ช่วยทูตจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแผนงานในการลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ 14 สิงหาคม ที่จังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อลงพื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันที่ 15 สิงหาคม ก็จะมีการสรุปผลการดำเนินการ และทบทวนแผนการปฎิบัติ

ส่วนประเด็นเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทาง ศบ.ทก.โดยพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบ.ทก. ให้มีความห่วงใย และพยายามเร่งหาแนวทางในการประสานความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่มีอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งยังไม่ได้รับการต่อรับ หรือความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชาใด ๆ เท่าที่ควร ดังนั้นจึงได้เร่งประสานงานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือด้านการปฎิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม หรือ ARMAC ซึ่งปัจจุบันมี ผอ.ศูนย์ดังกล่าวเป็นชาวกัมพูชา โดยฝ่ายไทยได้ขอให้ฝ่ายกัมพูชา และ ARMAC แสดงความจริงใจ ในการสนับสนุนภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน เนื่องจากยังพบว่า ยังมีการกัมพูชา ยังคงลักลอบวางทุ่นระเบิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุนระเบิดถือเป็นภัยคุกคาม ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบ และอันตรายต่อประชาชน ของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้แนวทางการทำงานจะให้ ARMAC เข้ามาสนับสนุนด้านมนุษยธรรม ควบคู่กับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติไทย หรือ TMAC เพื่อร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มากที่สุด เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้มีความปลอดภัยโดยเร็ว

สำหรับเรื่องของการลาดตระเวนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับประสานจากกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ทราบว่า เรื่องของการลาดตระเวนอาจจะต้องการปรับแผนในการลาดตระเวน และอาจจะต้องมีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยเสริม เรื่องของการตรวจพบ หรือตรวจจับทุ่นระเบิดในพื้นที่ ซึ่งขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นกองทัพที่จะมีการปฏิบัติ และแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดย ศบ.ทก ขอเน้นย้ำว่า ภารกิจดังกล่าวเป็นภารกิจปกป้องชีวิตคนไทยทุกคน กำลังพลทุกนาย รวมถึงการรักษาอธิปไตยความมั่นคงของชาติอย่างเต็มความสามารถ

ส่วนการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ อาร์บีซี ที่มีแม่ทัพภาคต่าง ๆ เป็นประธานร่วมกับฝ่ายกัมพูชา ซึ่งมีข่าวดี กองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต ได้มีการหารือกับฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดย กปช.จต. ได้แจ้งมาว่า จะมีการกำหนดห้วงเวลาการจัดประชุมอาร์บีซี ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ในพื้นที่จังหวัดตราด ส่วนในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1

และ 2 ยังอยู่ระหว่างการกำหนดห้วงเวลาที่ชัดเจน คาดว่า จะเป็นช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ และแน่นอนว่า หนึ่งในหัวข้อที่จะถูกกำหนดไว้ในการพูดคุยการเจรจาอาร์บีซี ก็คือ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งไทยต้องขอความจริงใจกับฝ่ายกัมพูชาในการขอความร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน

ขณะที่การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนต่าง ๆ หรือหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา โดยปัจจุบันมีการช่วยเหลือประชาชนไปแล้วบางส่วน และจากพิจารณาแนวทางการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนประชาชนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาทางกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งดำเนินการสำรวจ และให้ความช่วยเหลือต่อไป รวมถึงภารกิจการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ที่กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

ส่วนประเด็นเรื่องการขอรับบริจาครั้วลวดหนามหีบเพลง ให้กับหน่วยงานในพื้นที่ รัฐบาลกำลังเร่งรัดในการใช้งบประมาณส่วนกลางจัดหาลวดหนามอย่างเร่งด่วน จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในภารกิจดังกล่าวว่า เป็นการสนับสนุนภารกิจกองทัพอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามเร่งรัดในการดึงงบกลางมาใช้ โดยปัจจุบันนี้กองทัพกำลังรวบรวมความต้องการในการจัดหาอุปกรณ์ และอุปกรณ์ทดแทน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ซึ่งจะมีกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบในการเร่งรัด เพื่อดำเนินการจัดหายุทโธปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กองทัพอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ขอขอบคุณประชาชน และทุกหน่วยงานที่ร่วมใจไทยเป็นหนึ่ง ในการจัดหารั้วลวดหนามในขณะนี้ นับเป็นร่วมความแสดงออกในความรัก ความสามัคคีปกป้องอธิปไตยของชาติ

ด้านนางมาระตี นะลิตา อันดาโม โฆษก ศบ.ทก. ด้านการต่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดวันหยุดยาวที่ผ่านมา ความจริงแล้วเป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ใช้เวลากับครอบครัวแต่น่าเสียใจ ที่ภายในไม่กี่วันที่เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดถึง 2 ครั้ง คือวันที่ 9 สิงหาคมที่จังหวัดศรีสะเกษ และวันที่ 12 สิงหาคม ที่จังหวัดสุรินทร์ รวมแล้ว 4 ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ในนามของกระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและทหารที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมขอให้ให้ฟื้นตัวโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้มีการแถลงการประณามอย่างรุนแรงที่สุด ต่อกรณีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารของกัมพูชา ถือ เป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยและขัดต่อหลักการพื้นฐานสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ระบุไว้ในองค์การสหประชาชาติ อีกทั้งยังเป็นการละเมิดอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ออตตาวาอย่างชัดเจน

สำหรับเวทีในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นครเจนีวา ได้มีหนังสือถึง ประธานการประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา เพื่อเรียกร้องไปยังฝ่ายกัมพูชาต่อทั้ง 2 กรณี เพื่อเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก มีหนังสือ ถึงเลขาธิการสหประชาชาติขอรับความชัดเจน (request for clarification) จากฝ่ายกัมพูชาต่อการกระทำที่เป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกระบวนการการเรียกร้องให้รัฐภาคีปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ตามข้อ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาฯ และได้ทำการประท้วงอีกครั้งเพื่อติดตามความชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว และกำลังรอการชี้แจงจากฝ่ายกัมพูชาผ่านเลขาธิการสหประชาชาติ

พร้อมกันนี้ ประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการเก็บกู้ระเบิดแก่กัมพูชา มาหลายปี พิจารณาการช่วยเหลือดังกล่าวโดยคำนึงถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชามีการละเมิดอนุสัญญาอย่างร้ายแรง โดยการกระทรวงการต่างประเทศได้มีการชี้แจงต่อนานาชาติมาโดยตลอดและในวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.) กระทรวงการต่างประเทศจะมีการเชิญรัฐภาคีอนุสัญญาเข้ารับฟังข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะด้วย

นางมาระตี ระบุต่อว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้งสะท้อนความไม่จริงใจของกัมพูชาในการแก้ปัญหา และไม่เป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิง ในการประชุม GBC เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยฝ่ายไทย ได้ส่งหนังสือไปยังคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวที่จะตั้งขึ้นตามกรอบการประชุม GBC ดังกล่าวแล้ว เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง และฝ่ายไทยจะนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ติดตามเรื่องนี้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กับระเบิดในพื้นที่ที่พบเจอไม่ได้เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างมาโดยตลอด

ทั้งนี้ประเทศไทย ในฐานะที่มีความรับผิดชอบ และยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการการหยุดยิง ประเทศไทยต้องการให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองฝ่าย จึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อมนุษยธรรมตามแนวชาย อย่างจริงใจและจริงจังตามที่ฝ่ายไทยได้เรียกมาตลอด

นอกจากนี้ในที่ประชุม ศบ.ทก.ยังมีการหารือถึงการปฎิบัติต่อแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินจากแรงงานชาวกัมพูชาที่ประสงค์จะเดินทางกลับต่างประเทศ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมความรุนแรงจากกลุ่มความรุนแรงในประเทศไทย โดยขอยืนยันว่า ประเทศไทยยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มแรงงานทุกเชื้อชาติมาโดยตลอด และมองว่า มีความสำคัญต่อประเทศไทย ซึ่งในช่วงนี้ก็ให้ความสำคัญกับกัมพูชาพิเศษด้วย ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้มั่นใจว่า แรงงานกัมพูชาจะสามารถดำรงชีวิตในประเทศไทยได้อย่างปกติ พร้อมย้ำ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประชาชนแต่เป็นปัญหาของรัฐบาลที่กำลังเร่งรัดในการแก้ไขปัญหาอยู่

Advertisement

แชร์
ศบ.ทก. เผยพบกัมพูชาเสริมที่มั่นในพื้นที่ชายแดน-ยังลอบวางทุ่นระเบิด