
“บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” พร้อมด้วย “ทนายเพชร” เดินทางไปยังสำนักงานสรรพากร สาขาลาดปลาเค้า เพื่อเข้าส่งมอบเอกสารและชี้แจงข้อเท็จจริงตามหนังสือเรียก พร้อมโต้ข่าวอายัดทรัพย์สิน รวมไปถึงเส้นเงิน และของบริจาคมูลนิธิที่ถูกทิ้ง
โดย “หนุ่ม อนุวัต” ได้โพสต์คลิปสัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว ถามว่าวันนี้มาทำอะไรที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาลาดปลาเค้า ซึ่ง “บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่าการเดินทางมาสรรพากรในครั้งนี้เป็นการมาส่งเอกสารตามขั้นตอนตามที่สรรพากรเรียก
ส่วนกระแสข่าวเรื่องการถูกอายัดทรัพย์สินนั้น “บุ๋ม ปนัดดา” ยืนยันว่าเป็นการอายัดเพียงแค่บัญชีเท่านั้น ยังไม่ได้โดนอายัดทรัพย์สินส่วนอื่นตามที่เป็นข่าว สำหรับกรณีรายการทรัพย์สินรถยนต์จำนวน 20 คัน ชี้แจงว่าส่วนใหญ่ประมาณ 14 ถึง 15 คัน เป็นของสามี “ก๊อต อธิป” ที่เพิ่งซื้อมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ ซึ่งตนเพิ่งทราบเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 69 ในราคาคันละไม่กี่หมื่นบาท เพื่อเตรียมนำมาทำธุรกิจเต๊นท์รถมือสอง ส่วนรถยนต์ของตนเองมีเพียง 3 คันเท่านั้น ขณะที่กระเป๋าแบรนด์เนมมีสะสมไว้ 4 ถึง 5 ใบ ซึ่งยืนยันชัดเจนว่าซื้อด้วยเงินส่วนตัวผ่านบัตรเครดิตของตนเอง ไม่ได้มีการนำเงินจากมูลนิธิมาใช้จ่ายแต่อย่างใด
ทางด้าน ทนายเพชร ได้เปิดเผยระหว่างการชี้แจงว่า หากมีกระแสข่าวเรื่องการออกหมายจับเกิดขึ้น ตนและ “บุ๋ม” พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวที่สำนักงานสรรพากรได้ทันที เนื่องจากไม่อยากถูกจับกุมระหว่างทาง และต้องการเข้าสู่กระบวนการอย่างบริสุทธิ์ใจ
ขณะเดียวกัน “บุ๋ม ปนัดดา” ได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ รวมถึง “เสก โลโซ” ที่เข้าใจสถานการณ์ ตลอดจนสื่อมวลชนและ “หนุ่ม กรรชัย” ที่ร่วมเกาะติดสืบหาข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์สาธารณะ
พร้อมกันนี้ได้ตอบคำถามประเด็นเส้นทางการเงินมูลนิธิที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า 2% เอาไปช่วยคน 98% เอาไปช่วยอย่างอื่นกับตัวเองหรือเปล่านั่น “บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่า คนที่เคยลงทำงานหน้างานจริงช่วงน้ำท่วมจะเข้าใจดีว่าการเก็บบิลและทำเอกสารตามขั้นตอนทำได้ยากมาก เชื่อว่าหลายมูลนิธิประสบปัญหาเดียวกัน แต่ตนก็พยายามแก้ไขและจัดทำให้ถูกต้องที่สุด อะไรที่ผิดพลาดก็ยอมรับผิด และยินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนกรณีที่มีคนพบเห็นสิ่งของถูกทิ้งไว้ที่มูลนิธินั้น ยืนยันว่าสิ่งของส่วนใหญ่คือเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งก่อนจะจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำเป็นต้องมีการคัดแยกประเภทก่อนเสมอ
Advertisement