
ไม่ทน “หมอของขวัญ” ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “บุ๋ม ปนัดดา” กรณีเคยบริจาคเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี 1 แสนบาท แต่เงินถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงชนวนเหตุในการตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในครั้งนี้ หลังจากที่ตนเองได้พูดคุยตกตะกอนกับพิธีกรดัง “หนุ่ม กรรชัย”
โดย "หมอของขวัญ" เผยว่า หลังจากที่ตนเองได้พูดคุยตกตะกอนกับ “หนุ่ม กรรชัย” ซึ่งเล่าให้ฟังว่าตนเองโดนทัวร์ลงด้วยคำถามประเภท “คนล้มทำไมถึงข้าม” ตนมองว่าประโยคนี้ใช้ไม่ได้กับกรณีดังกล่าว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของการซ้ำเติมเพื่อน แต่เรากำลังพูดถึง “โจรในคราบนักบุญ” ที่หักหลังความเชื่อใจและความไว้ใจของประชาชนทั้งประเทศ และเชื่อว่า “หนุ่ม กรรชัย” เองก็เตรียมที่จะเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน
หมอของขวัญ เผยต่อว่า สถานการณ์ในปัจจุบันกลายเป็นว่าคนบางกลุ่มกำลัง “เห็นใจโจร ซ้ำเติมเหยื่อ” ทั้งที่เหยื่อที่แท้จริงคือประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่โอนเงินบริจาคด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ รวมถึงคนใกล้ชิดและผู้ที่หวังดีช่วยเป็นสื่อกลางเผยแพร่ช่องทางแปะบัญชีรับบริจาค อย่างเช่นคุณสรปุก รวมถึงคลินิกของตนเองที่เคยส่งสิ่งของไปร่วมช่วยเหลือ แต่พอได้มาเห็นภาพสิ่งของบริจาคถูกกองทิ้งไว้ในสภาพเสียหายก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ “หมอของขวัญ” ยังได้ตั้งข้อสงสัยถึงวัตถุประสงค์ในการนำเงินมูลนิธิไปใช้จ่าย ทั้งเรื่องที่มีกระแสพูดถึงในวงการแบรนด์เนม ตลอดจนการนำเงินไปซื้อบ้านและสร้างพูลวิลล่าว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมย้ำว่าบุญกับบาปต้องแยกออกจากกัน ไม่มีใครเป็นคนดีได้จากการทำความเลว และฝากถึงคนที่พยายามปกป้องว่า ถ้าใครต้องการอยู่เคียงข้างก็ให้ไปสร้างบ้านอยู่ข้างคุกบางขวาง เพราะพฤติกรรมเช่นนี้คือ “นักบุญทุนคนอื่น”
สำหรับประเด็นเรื่องเงินสดในตู้เซฟนั้น “หมอของขวัญ” ชี้แจงว่า การมีเงินสดเก็บไว้ในตู้เซฟไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนทำธุรกิจ แต่ถือเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับมูลนิธิ ส่วนที่อ้างว่าเป็นเงินขวัญถุงจากแบรนด์สบู่นั้น ก็เกิดคำถามว่าหากเป็นเงินขวัญถุงจริง เหตุใดจึงไม่นำเข้าบัญชีธนาคารให้ถูกต้อง พร้อมกันนี้ยังแสดงความห่วงใยไปถึง “น้องอันดา” บุตรสาว ที่ถูกนำมายืนร่วมแถลงข่าวด้วย โดยตั้งข้อสังเกตว่าไม่ควรนำคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวมาเป็นโล่ป้องกันตนเอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและการใช้ชีวิตของเด็กหลังจากนี้
สุดท้าย “หมอของขวัญ” ได้ฝากถึงแฟนคลับของ “บุ๋ม ปนัดดา” ให้ดึงสติอยู่กับความจริง หยุดเพ้อเจ้อ และย้ำว่าคนเคียงข้างที่หวังดีและกล้าตักเตือนต่างหากคือแฟนคลับและเพื่อนแท้ ไม่ใช่นักเรียนคีย์บอร์ด พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลวางกลไกตรวจสอบการจัดตั้งและการดำเนินงานของมูลนิธิต่าง ๆ ให้เข้มงวดขึ้น ก่อนจะทิ้งท้ายว่า กรรมทำหน้าที่ของมันเสมอ หลังจากนี้ต้องยอมรับผลของการกระทำ และมาร่วมมือกันทำให้กระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
Advertisement