
ค่ายไหทองคำเคลื่อนไหวอีกครั้ง! “ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” ลุยเปิดดิลด่วน ยื่นมือช่วย “แม่ภัทร” หลังผ่านมรสุมดรามาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หวังช่วยสร้างรายได้ตั้งหลักชีวิตใหม่ โต้ข้อหาฉวยโอกาส-วิ่งหาแสง ลั่นขอทำสิ่งที่เหมาะสม ยันไม่จับใส่ชุดดีดเด้งเด้า-ร้องเพลง
จากกรณีข่าวใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับเรื่องราวของ “แม่ภัทร” ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจและเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด รวมถึงรายการดัง หลังถูกส่งตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและต้องเผชิญกับมรสุมดรามาและข้อพิพาททางกฎหมาย ล่าสุด “ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” นายห้างเจ้าของค่ายเพลงดัง “ไหทองคำ” ได้ออกมาเปิดใจถึงกรณีที่ตนเองได้เดินทางไปพบและยื่นมือเข้าช่วยเหลือ “แม่ภัทร” เมื่อช่วงดึกวันที่ 09 ตุลาคม 69 ที่ผ่านมา ย่านสายไหม
“นายห้างประจักษ์ชัย” เผยว่า ตนเองมีความถนัดด้านการบริหารจัดการความดังและกระแสในโซเชียลมิเดียเพื่อเปลี่ยนให้เป็นทรัพย์สินอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่า “แม่ภัทร” ผ่านพ้นจุดที่ตึงเครียดที่สุด และกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ยังขาดปัจจัยพื้นฐาน เช่น ยานพาหนะ รถส่วนตัว และทรัพย์สินเดิมรวมถึงโรงงานผลิตสินค้าก็ยังไม่ได้รับคืนอย่างถูกต้อง จึงตั้งใจยื่นข้อเสนอในการทำงานเพื่อช่วยให้ “แม่ภัทร” มีรายได้
โดยเจ้าตัวเผยว่า “ผมเป็นคนบริหารจัดการความดังของคนอยู่แล้ว เราเห็นใครที่กำลังโลดแล่นในสื่อโซเชียล เราก็มาแปลงความดังให้เป็นทรัพย์สิน ในเมื่อตอนนี้แม่ยังไม่พร้อมที่จะไปลงทุนทำโรงงาน หรือผลิตสินค้า OEM แบรนด์ตัวเองเพราะยังไม่มีทุน การรับงานไลฟ์สดวันต่อวัน ดึงความดังมาเปลี่ยนเป็นรายได้ทันที จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด”
สำหรับแนวทางการรับงาน “นายห้างประจักษ์ชัย” เผยว่า วางแผนดัน “แม่ภัทร” ในสายงาน “ไลฟ์สด” และ “พรีเซ็นเตอร์” ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัย เช่น สินค้าสุขภาพ สมุนไพร กาแฟ คอลลาเจน หรือสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ โดยจะเข้ามาช่วยปรับเรื่องเรทการ์ดค่าตัวให้เหมาะสมกับยอดผู้ติดตามและความดังในปัจจุบัน และพรีเซ็นเตอร์รายปี รวมถึงเตรียมแผนถ่ายทำมิวสิควิดีโอในบทบาทสะท้อนชีวิต “หัวอกแม่” เพื่อสร้างความจดจำในมิติใหม่
อย่างไรก็ตาม “นายห้างประจักษ์ชัย” ได้ย้ำชัดถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “วิ่งหาแสง” หรือฉวยโอกาสจากดรามาคนอื่นว่า ตนเองไม่สนใจคอมเมนต์ลบ ๆ และบริสุทธิ์ใจในการเข้ามาช่วย เพราะหากปล่อยไว้ ไม่เกิน 1–3 เดือน กระแสของ “แม่ภัทร” ก็จะเงียบหายไปตามวัฏจักร และถือเป็นการเสียโอกาสในการตั้งหลักชีวิต
“นายห้างประจักษ์ชัย” ชี้แจงชัดเจนว่า “ให้คุณแม่มาดีด มาเต้น มาร้อง มาเด้ง มาเด้า คงไม่ใช่ ผมก็คงโดนคลหา นินทาว่าคิดมุกไม่ออก ผมแค่ต่อยอดแสงให้กับคนที่กำลังลำบาก ให้มีโอกาส ส่วนเรื่องครอบครัวหรือคดีความ นั่นเป็นกระบวนการทางกฎหมายและเรื่องส่วนตัวที่ต้องไปเคลียร์กันเอง เราจะไม่เข้าไปก้าวร่วง เราแค่ยื่นโอกาสในวันที่แม่ต้องการเริ่มใหม่”
ทั้งนี้ ในส่วนของการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ “นายห้างประจักษ์ชัย” เผยว่า ยังไม่ได้เร่งรัดให้ “แม่ภัทร” เซ็นสัญญาในทันที โดยให้เวลานำกลับไปคิดและตัดสินใจ แต่ในเบื้องต้นได้เริ่มประสานงานรับงานไลฟ์สดและเดินหน้าดูแลเรื่องการเดินทางและอุปกรณ์ไลฟ์สดโดยพาไปซื้อโทรศัพท์ใหม่เรียบร้อยแล้ว
Advertisement