
เมื่อเวลา 09:00 น. ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นาน “แหม่ม วิชุดา” พร้อมด้วย “ทนายกุ้ง อำนวยพร” ได้เดินทางมาตามนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในฐานะโจกท์ยื่นฟ้องกลุ่มคู่กรณีรวม 3 ราย ใน 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ ข้อหาแจ้งความเท็จ,ข้อหากลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา และข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยทนายความได้ขนเอกสารหลักฐานบรรจุเต็มกระเป๋าเดินทางเพื่อนำเสนอต่อศาล
“ทนายกุ้ง” เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดจากกลุ่มคู่กรณีเคยไปแจ้งความดำเนินคดีกับ “แหม่ม วิชุดา” ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท ทว่าจากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด พบว่า “แหม่ม วิชุดา” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงิน และในช่วงเกิดเหตุก็ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มคู่กรณีมาก่อน
นอกจากนี้ คดีเกี่ยวกับเงินก้อนดังกล่าวที่มีการฟ้องร้องบุคคลอื่น ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว และในสำนวนคดีนั้นก็ไม่มีรายชื่อ “แหม่ม วิชุดา” เกี่ยวข้องแม้แต่คนเดียว แต่คู่กรณีกลับนำเรื่องมาแจ้งความจับ ทั้งยังมีพฤติกรรมเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ผ่านบุคคลที่สาม โดยยื่นเสนอเงื่อนไขว่าหากต้องการให้ถอนชื่อออกจากคดี จะต้องจ่ายเงินจำนวน 2–3 ล้านบาท
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและชีวิตของ “แหม่ม วิชุดา” เป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีหมายเรียก โดยหมายเรียกครั้งที่ 1 และ 2 ถูกส่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านซึ่งมีเพียงคุณแม่พักอาศัยอยู่ คุณแม่ซึ่งไม่ทราบขั้นตอนทางกฎหมายจึงไม่ได้แจ้งและปิดผืนผ้าไว้ จนกระทั่งมีการออกหมายจับ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว "แหม่ม" ขณะกำลังทำงาน ส่งผลกระทบต่ออิสรภาพและภาพลักษณ์ในวงการบันเทิงอย่างรุนแรง ทั้งที่คู่กรณีไม่เคยติดต่อมาพูดคุยหรือเคลียร์ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ ยังมีกรณีต่อเนื่องที่คู่กรณีนำเอกสารแจ้งความไปใช้ระราน และมีบุคคลมาตะโกนด่าทอ “แหม่ม วิชุดา” ต่อหน้าผู้คนในสนามบินว่า "อีขี้โกง" ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้แจ้งความดำเนินคดีไว้เรียบร้อยแล้ว และเตรียมยื่นฟ้องตรงต่อศาลในข้อหา "หมิ่นประมาท" แยกเป็นอีกหนึ่งคดีในเร็ว ๆ นี้
สำหรับการไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกในวันนี้ ฝ่ายโจทก์มีความมั่นใจในพยานหลักฐานอย่างยิ่ง โดยวางตัวพยานเบื้องต้นไว้ 2 ปาก และหากมีเหตุเปลี่ยนแปลงจะมีพยานเข้าเบิกความรวม 4 ปาก ได้แก่ แหม่ม วิชุดา (โจทก์) อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ (เบิกความในฐานะพยานบุคคลที่สามที่ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือในการสอบถามคู่กรณี) และ นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา (พยานซัพพอร์ตเพิ่มเติม) พยานบุคคลภายนอก อีก 1 ราย
ในส่วนของการกระจายข้อหาจำเลยทั้ง 3 คน มีดังนี้ จำเลยที่ 1 โดน 2 ข้อหา (แจ้งความเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ) จำเลยที่ 2 โดน 3 ข้อหา (แจ้งความเท็จ, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และกรรโชกทรัพย์) จำเลยที่ 3 โดน 1 ข้อหา (กรรโชกทรัพย์)
ทางด้านนักแสดงสาว “แหม่ม วิชุดา” เผยถึงความรู้สึกว่า หากถามถึงความพร้อม ถ้ามี 100% ตนให้เกิน 1,000% เพราะเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง ตนจำลำดับเหตุการณ์ ไทม์ไลน์ และเอกสารได้ทั้งหมด ต่อให้พูดกี่ร้อยครั้งก็เหมือนเดิม จึงไม่มีความกังวลใด ๆ และตั้งใจอยากมาขึ้นศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเอง
แหม่ม วิชุดา : "ตั้งแต่เกิดมาในชีวิต ไม่เคยคดโกงใคร ไม่เคยเอาเงินใครมา และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การมาศาลวันนี้ไม่ได้มาด้วยความโกรธหรือโมโห แต่มาเพื่อปกป้องสิทธิ์และเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง ยืนยันว่าคุณคิดผิดมากที่ทำกับมนุษย์คนหนึ่งแบบนี้ และจะดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด"
Advertisement