Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หลักฐานโผล่! “ขวัญ” ร่วม “ปานเทพ” แจ้งความ “กระติก” แอบอ้างรูปคดีแตงโม

หลักฐานโผล่! “ขวัญ” ร่วม “ปานเทพ” แจ้งความ “กระติก” แอบอ้างรูปคดีแตงโม

2 ก.ย. 69
12:09 น.
แชร์

“ขวัญ อุษามณี” โผล่กลางปมคดีแตงโม! พร้อม “อ.ปานเทพ-แม่แตงโม” แจ้งความจับ “กระติก” นำรูปแอบอ้างเข้าสำนวน-จี้รื้อคดีใหม่

เกิดกระแสความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว “แตงโม นิดา” เมื่อนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของ “แตงโม” และนักแสดงสาวชื่อดัง “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นางสาวอิจศรินทร์ หรือ “กระติก” อดีตผู้จัดการของแตงโม ในข้อหาอ้างหรือนำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนคดี

นายปานเทพ เปิดเผยว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ คุณแม่ภนิดามาในฐานะผู้เสียหายจากการที่มีการนำภาพและเอกสารอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนคดีทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล โดยจุดสำคัญอยู่ที่ภาพถ่ายเวลา 20.32 น. ซึ่งในเอกสารระบุว่าเป็นภาพของ “กระติก” และ “แตงโม” อยู่บริเวณหัวเรือ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าภาพดังกล่าวถ่ายโดย “คุณอัฟฟาน” น้องชายของ “คุณดาด้า แจ่มใส” ซึ่งในเวลา 20.32 น. เรือของ “แตงโม” และ “กระติก” ยังเดินทางไปไม่ถึงบริเวณริเวอร์เดล เนื่องจากเพิ่งเดินทางออกจากร้านอาหารครัวตานิดได้ไม่นาน จึงยืนยันได้ว่าเป็นเรือคนละลำกัน ที่สำคัญ บุคคลที่ปรากฏอยู่บริเวณหัวเรือในภาพนั้น แท้จริงแล้วคือ “ขวัญ อุษามณี” ซึ่งเดินทางมาในฐานะพยานเพื่อยืนยันว่าตนเองอยู่ในเรือและบริเวณหัวเรือลำดังกล่าวในเวลาดังกล่าวจริง แต่กลับถูกแอบอ้างนำภาพไปใช้ในชั้นศาล ทั้งที่ “ขวัญ” ไปกับเรืออีกลำและคนละกลุ่มกัน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบโดย นายเอกราช นามโภคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเอกสารและภาพถ่าย ยังพบความผิดปกติในไฟล์ภาพถ่ายอื่น ๆ ในเครื่องของกระติก ได้แก่

ภาพถ่ายเวลา 21.56 น. พบว่าภาพถ่ายจำนวน 4 ภาพผ่านการตัดต่อ ถมดำ และเคยถูกลบออกจากเครื่อง ก่อนจะนำไฟล์ภาพที่ตัดต่อใหม่ใส่กลับเข้ามาในเครื่องภายหลัง

ภาพถ่ายเวลา 22.13 น. ในชั้นศาลมีการอ้างว่าเป็นภาพกระติกเดี่ยวขณะเดินทางกลับจากสะพานพระราม 8 โดยมีแตงโมเป็นคนถ่ายให้ แต่จากการตรวจสอบไฟล์ในเครื่องกลับพบว่า ภาพถูกถ่ายในเวลา 21.57 น. ไม่ใช่ 22.13 น. ซึ่งส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าแตงโมยังมีชีวิตและถ่ายภาพให้ในเวลาดังกล่าว ทั้งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

ทางด้านนักแสดงสาว “ขวัญ อุษามณี” ได้เปิดใจถึงเหตุผลที่เดินทางมาเป็นพยานและเข้าแจ้งความในครั้งนี้ว่า “คือเรามาพูดในเรื่องข้อเท็จนะคะ แล้วก็ข้อมูลที่มันถูกต้อง แต่ว่าสุดท้ายเรื่องข้อเท็จจริงใด ๆ ทั้งหมด ต้องอยู่ที่การรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน พี่แตงโมก็โชคดีที่เรามีคณะการทำงานของลุงสนธิ อาจารย์ปานเทพ แล้วก็วันนี้ขวัญมาในฐานะเป็นอีกหนึ่งในข้อมูลที่เราจะสามารถทำให้พี่ ๆ พนักงานสอบสวน ท่านอัยการ ศาลและพี่ ๆ ตำรวจเนี่ยได้ข้อมูลที่เป็นระบบและชัดเจนมากขึ้นค่ะ แล้วก็สุดท้ายขวัญก็เชื่อว่า ตำรวจจะผดุงความยุติธรรม ขวัญมาในฐานะที่เราเป็นลูกตำรวจ เราไม่ได้มาโจมตีว่าใครคนใดคนหนึ่งทำผิด สุดท้ายเนี่ย ขวัญก็ยังให้กำลังใจ ยังยืนหยัดอยู่ว่า ตำรวจน้ำดีคนที่เขาเสียสละ ทำเพื่อการผดุงความยุติธรรมเนี่ย ในรูปข้างหลังเนี่ย ผู้พิทักษ์ประชาชน ก็คือตำรวจส่วนใหญ่ เราจะไม่เรียกว่าบางคนที่เขาทำความผิดแล้วเขาเป็นตำรวจไม่ดี ไม่ใช่ค่ะ”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทราบเรื่องที่รูปถูกนำไปใช้ในสำนวนตั้งแต่เมื่อไหร่ “ขวัญ” ชี้แจงว่า “ขวัญเพิ่งมาทราบเมื่อวันอาทิตย์ ที่อาจารย์ปานเทพโทรมาคือวันอาทิตย์ เพราะว่าที่คนไทยไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศอะค่ะ ได้เอาใจช่วยเรื่องของพี่โมตลอด ขวัญเองก็เหมือนกัน แต่ขวัญไม่เคยเห็นในเรื่องของเอกสาร หรือตรงนี้ว่าเอาข้อมูลว่าเรือของขวัญ ที่ขวัญไปลงนั่งอะค่ะ ไปให้ข้อมูลบิดเบือน หรือไปให้ข้อเท็จจริงที่มันคลาดเคลื่อนมันผิดไป... ขวัญไม่รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวค่ะ คนที่ขวัญรู้จักแล้วสนิทด้วยคือพี่โมไม่ใช่คนอื่น”

“ขวัญ” ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นที่มีคนสงสัยว่าทำไมเพิ่งออกมาเคลื่อนไหวว่า ในคืนเกิดเหตุมีเรือสัญจรในแม่น้ำจำนวนมาก ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง ไม่สามารถเข้าไปล่วงรู้เอกสารหลักฐานในสำนวนของตำรวจได้

ขวัญ : “รูปภาพที่ถ่ายออกมาเนี่ยมันเป็นข้อมูลภายใน ที่ขวัญเพิ่งมาทราบเนี่ยเรามาทราบจากอาจารย์ปานเทพที่โทรมาหาขวัญว่าอันนี้อยู่ในสำนวน ขวัญเป็นบุคคลธรรมดาขวัญไม่สามารถเข้าไปล่วงรู้ เอกสารหลักฐานในสำนวนที่ตำรวจมีอยู่ได้ เราก็ไม่ทราบว่าอันนี้มันบิดเบือนหรือคลาดเคลื่อนจากไหน แต่ขวัญทำหน้าที่เป็นพลเมืองและลูกตำรวจคนหนึ่งที่เราคิดว่า เราต้องยืนหยัดและรักษาความถูกต้องของเราเอาไว้ ตอนนี้ในการที่ว่าอยากให้ขวัญออกมาพูด ขวัญก็พูดเพราะมันเป็นหน้าที่ของขวัญ แต่ว่าเป็นช่วงอื่น อันไหนที่มันไม่ใช่หน้าที่เรา เราก็ไม่ควรที่จะไปก้าวล่วงให้คนอื่นมันเกิดความวุ่นวายหรือขัดแย้งไปกันใหญ่”

นายปานเทพ ได้กล่าวเสริมถึงเบื้องหลังการพบหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ว่า เกิดจากการที่คุณแม่ภนิดาเปลี่ยนใจมอบอำนาจให้ทีมงานเข้าถึงสำนวนคดี ทำให้พบว่าเอกสารในสำนวนมีความไม่ตรงกับความเป็นจริง

อาจารย์ปานเทพ : “มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยเหตุการณ์วันนี้ 1. ในเรื่องของภาพเวลา 20.32 น. ถ้าไม่มีการใช้ในสำนวน 2. ถ้าคุณแม่ไม่เปลี่ยนใจให้กลายเป็นผมเข้าสู่การรับมอบอำนาจในการเข้าถึงสำนวน ถ้าไม่เปลี่ยนขั้ว ไม่เปลี่ยนทนายความ ไม่มีการเข้าถึง การเข้าถึงเราเพิ่งรู้ความจริง เมื่อเขารู้ว่ามีการอ้างภาพ ที่ถ่ายโดยไม่ใช่คุณขวัญส่งไปให้กระติกนะครับ เพราะเขาไม่ได้สัมพันธ์กัน แต่ว่ามันเกิดมาจากที่มีผู้อื่นไปถ่ายภาพไกล ๆ แล้วไปอ้างว่าเป็นคุณกระติกและคุณแตงโมถ่ายภาพให้ ผมบอกว่ามันไม่ใช่แล้ว แล้วพอคุณขวัญรู้ความจริงก็รีบให้ความร่วมมือครับ มาพูดความจริง แล้วก็มาร่วมเป็นพยาน ว่าเป็นภาพของตัวเองในเวลาดังกล่าว”

นายปานเทพ เผยถึงขั้นตอนการสืบหาเจ้าของภาพว่า เริ่มจากสืบว่าใครเป็นคนถ่าย ใครเป็นคนโพสต์ และเจ้าของเรือคือใคร จนกระทั่งมีผู้จำได้ว่า “ขวัญ” เคยโพสต์สตอรี่อินสตาแกรมบนเรือลำดังกล่าว จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามและได้รับการยืนยันพร้อมหลักฐานภาพถ่ายจาก “ขวัญ”

สำหรับผลกระทบต่อคดี นายปานเทพ ยืนยันว่าเรื่องนี้มีผลอย่างมาก และเตรียมขยายผลเป็นพยานบิดเบือนลูกโซ่ต่อไป

อาจารย์ปานเทพ : “มากเลยครับ ขั้นตอนต่อไปมันก็จะยื่นต่อตามกระบวนการว่า ป.ป.ช. มีความเห็นอย่างไร แต่หนึ่งสิ่งที่ DSI ได้ทำการยื่นไปแล้วว่ามีเอกสารอะไรที่ไม่ถูกต้อง มีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จบ้าง ในส่วนของภาคเอกชน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เราก็ยื่นวันนี้ แล้วมันจะเป็นลูกโซ่แน่นอนครับ ผมยืนยันได้ เพราะมันจะลามต่ออีกหลายกรณี”

อาจารย์ปานเทพ : “เราอุทธรณ์ไปนะครับ แต่เราอุทธรณ์จากปัญหาที่กลัดกระดุมเม็ดแรก ไปอ้างว่า ข้อหานะครับ ประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ว่าเราไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น เราก็ได้ยื่นอีกแบบหนึ่งขอให้ไต่สวนความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเราเห็นความผิดปกติทั้งกระบวนการ เราหวังว่าวันหนึ่งจะต้องมีการรื้อคดีครับ ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าทุกอย่างมันเท็จ หลายอย่างมันเท็จ ภาพตัดต่อเท็จ แก้ไขเวลา แก้ไข GPS เรือ แผลไม่ได้เกิดจากการตกเรือแล้วโดนใบพัด ถ้าเราพิสูจน์ได้ทั้งหมด ก็แปลว่ามีการบิดเบือนคดีความจริง ถ้ามีการบิดเบือนคดีความจริงก็ต้องมีการนำไปสู่ขั้นตอนต่อไปครับ ซึ่งความจริงคืออะไร ก็ต้องมีการรื้อฟื้นคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นคนทำครับ”

นอกจากนี้ นายปานเทพ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีทางเลือกเพียง 2 ทาง คือ 1. ถูกบิดเบือนหลอกลวงจนหลงเชื่อ หรือ 2. เข้าร่วมในขบวนการบิดเบือนคดีความเสียเอง พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม (พี่ยักษ์) หัวหน้าชุดสืบสวนคดีพิเศษ DSI ในขณะนั้น ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาจนส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แต่กลับถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งคาดว่าอาจมีเรื่องอื่นแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง

Advertisement

แชร์
หลักฐานโผล่! “ขวัญ” ร่วม “ปานเทพ” แจ้งความ “กระติก” แอบอ้างรูปคดีแตงโม