
บรรยากาศงานสวดอภิธรรม “เร แม๊คโดแนลด์” นักแสดงและอดีตพิธีกรชื่อดัง ยุค 90 คืนที่ 2 เป็นไปด้วยความเนืองแน่นของบุคคลในหลากหลายวงการ รวมถึงวงการฟุตบอลไทย โดย “อาร์ม ศุภชัย ใจเด็ด” ศูนย์หน้าทีมชาติไทยและสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้บินตรงจากบุรีรัมย์มาร่วมงาน พร้อมเปิดใจถึงความผูกพันและบุญคุณอันใหญ่หลวงที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน
“อาร์ม ศุภชัย” ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยเด็กว่า ตนเองเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่เตะฟุตบอลอยู่ที่บ้านในภาคใต้ จนกระทั่ง “เร แม๊คโดแนลด์” ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นประธานสโมสรและผู้สนับสนุนโครงการฟุตบอลเยาวชน ได้ลงพื้นที่คัดเลือกนักกีฬาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันที่ประเทศสวีเดน
อาร์ม : “พี่เรพาโค้ชมาคัดเลือก ซัปพอร์ตทีม และพาเด็กไปแข่งด้วยตัวเอง ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าพี่เรคือใคร แต่พอได้สัมผัส แกเป็นคนที่คลุกคลี ใส่ใจ และให้โอกาสเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งหาคนแบบนี้ได้ยากมาก”
หลังจากเดินทางกลับจากการแข่งขันที่สวีเดน “เร” ได้ชวนอาร์มในวัย 11 ขวบ ย้ายเข้ามาเรียนและฝึกซ้อมฟุตบอลที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสสู่เส้นทางอาชีพ โดยในช่วงเวลานั้น พ่อแม่ของอาร์มมีความกังวลอย่างมากกับการปล่อยลูกชายคนโตเดินทางมาเผชิญชีวิตในเมืองหลวงเพียงลำพัง
“เร แม๊คโดแนลด์” พร้อมด้วย “พี่แหม่ม” ภรรยา จึงได้เดินทางไปพูดคุยกับพ่อแม่ของ “อาร์ม” ด้วยตัวเอง ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเป็นอย่างดี พร้อมเอ่ยปากขอรับ “อาร์ม” เป็นลูกบุญธรรม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ “อาร์ม” ยืนยันว่าไม่เคยลืม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตนเองมีอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้จนถึงทุกวันนี้
ตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมใช้ชีวิต “เร” ได้ปลูกฝังแนวคิดในการดำเนินชีวิตให้แก่ “อาร์ม” โดยเฉพาะคำสอนที่ว่า “จงทำดีด้วยมือขวา ไม่จำเป็นต้องให้มือซ้ายรับรู้” รวมถึงการวางตัวที่ติดดิน ถ่อมตน และไม่เคยพูดเอาเครดิตหรืออ้างบุญคุณใด ๆ จากความสำเร็จของ “อาร์ม”
แม้ “อาร์ม” จะย้ายไปค้าแข้งกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ทุกครั้งที่เดินทางมากรุงเทพฯ จะหาเวลาไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของ “เร” เสมอ โดย “เร” มักจะชวนคุยเรื่องทั่วไปเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการแข่งขัน และเปิดบ้านต้อนรับอาร์มพร้อมครอบครัวเสมอเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
“อาร์ม” ยอมรับว่า จนถึงปัจจุบันยังคงรู้สึกช็อกกับการจากไปอย่างกะทันหัน เนื่องจากเพิ่งได้พบกันเมื่อ 2 เดือนก่อน และ “เร” ไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วยให้เห็นแม้แต่น้อย
จากนี้ ตนตั้งใจจะทำหน้าที่ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพทั้งระดับสโมสรและทีมชาติให้เต็มที่ที่สุด เพื่อสานต่อความฝันในวงการฟุตบอลที่เรเคยฝากฝังไว้ พร้อมให้คำมั่นว่าจะคอยดูแล “พี่แหม่ม” และ “น้องมิก้า” ลูกชายของ “เร” ต่อไปอย่างเต็มกำลัง
Advertisement