
เรียกว่าสุดจะทนแล้วกับเหล่าซาแซง สำหรับนักร้องและนักแสดงชื่อดัง "บิวกิ้น พุฒิพงศ์" ได้เปิดใจถึง 2 ประเด็นใหญ่ ทั้งเรื่องงานเพลงใหม่ที่ต้องขยับเลื่อนปล่อย รวมถึงกรณีร้อนที่ค่ายออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือและเตือนผู้ไม่ประสงค์ดี หลังถูกซาแซงสะกดรอยตามและแอบถ่ายคลิปคู่เพื่อนผู้หญิงไปชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องชู้สาว
วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) "บิวกิ้น พุฒิพงศ์" ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสาเหตุที่ผลงานเพลงใหม่ต้องขยับวันปล่อยออกไปว่า เป็นเพราะรู้สึกว่าผลงานยังไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่ตนเองวางไว้ จึงไม่อยากรีบปล่อยออกมา แม้จะรู้สึกนอยด์เล็กน้อย แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องของจังหวะเวลา โดยตอนนี้งานเพลงเสร็จไปกว่า 90-95% แล้ว คาดว่าจะได้ฟังกันภายในเดือนหน้านี้อย่างแน่นอน การเลื่อนเพลงนี้ทำให้แพลนการปล่อยเพลงถัดๆ ไปขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้แฟนๆ ได้ฟังผลงานใหม่ของเขาถี่ขึ้น แทบจะปล่อยออกมาทุกเดือนก่อนช่วงสิ้นปี
สำหรับกรณีการออกประกาศเตือนของค่ายหลังถูกซาแซงคุกคามหนัก เจ้าตัวบอกว่า การถูกตามและถูกแอบถ่ายเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเริ่มถี่และใกล้ตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งมีการนำรูปและคลิปไปปั่นข่าวชี้นำให้คนเข้าใจผิดว่าตนเดินทางไปกับผู้หญิงในเชิงชู้สาว ซึ่งความจริงเกี่ยวกับคลิปและภาพที่เป็นกระแสว่า อย่างคลิปในบาร์ วันนั้นตนไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน 7-8 คน และผู้หญิงในคลิปคือเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปีรู้จักจากเรียนพิเศษ ส่วนภาพริมถนน ผู้หญิงในรูปคือเพื่อนสนิทอีกคนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งแฟนคลับหลายคนก็รู้อยู่แล้ว
โดยจุดที่ทำให้รู้สึกว่า ล้ำเส้นเกินไป จนอยู่เฉยไม่ได้ คือผลกระทบที่ส่งไปถึงคนรอบข้าง โดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อนๆ โดยล่าสุดในช่วงคอนเทนต์วันแม่ คุณแม่ของตนรวมถึงเพื่อนผู้หญิงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานในวงการบันเทิง ถูกส่งข้อความ DM ไปคุกคาม ต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง และแช่งไล่ให้ไปลงนรก ถ้าเราอยู่เฉยๆ มันก็คงเป็นการปล่อยให้คนรอบตัวหรือคนที่เรารักต้องมารับสิ่งนี้ ตนเลยคิดว่าต้องออกประกาศนี้ออกมาเพื่อปกป้องพวกเขา
ถามถึงมาตรการจัดการ ตนบอกว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มซาแซงทำได้ยากมาก เนื่องจากคนกลุ่มนี้อาศัยช่องว่างในการดักรอและแอบถ่ายในพื้นที่สาธารณะ ทำให้การพิสูจน์เจตนาทางกฎหมายมีความซับซ้อน ปัจจุบันทีมงานและทีมกฎหมายกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานจากกล้องหน้ารถ กล้องหลังรถ และกล้องวงจรปิด รวมถึงขอความร่วมมือจากแฟนคลับ หากใครมีหลักฐานหรือเบาะแสเกี่ยวกับการสะกดรอยตาม สามารถส่งเข้ามาให้ทางทีมงานเพื่อประกอบเป็นเคสในการดำเนินคดีต่อไปได้ เหตุการณ์นี้ทำให้การใช้ชีวิตลำบากและหวาดระแวงมากขึ้น เวลาเดินทางไปไหนมาไหนต้องคอยมองซ้ายมองขวาและสังเกตรอบรถอยู่เสมอ แต่ก็หวังว่าการออกมาพูดในครั้งนี้จะช่วยให้กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีหยุดการกระทำดังกล่าว
Advertisement