
ตลกซุปตาร์ชื่อดัง “หม่ำ จ๊กมก” ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงหลายประเด็นร้อน ทั้งเรื่องราวความสูญเสียในวงการนักเดินทาง “ฮลุน โซโล่” พร้อมเรื่องข่าวดีงานแต่งลูกชาย “มิกซ์ เพทาย” รวมถึงอาการป่วยของน้องคนสนิทอย่าง “สุนารี”
“หม่ำ จ๊กมก” ได้เปิดเผยถึงข่าวการเสียชีวิตของ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ชาวไทยในต่างประเทศ โดยยอมรับว่ารู้สึกสงสารและสะเทือนใจอย่างมากจนไม่สามารถทนดูคลิปข่าวต่อได้ ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงครอบครัวพูดภาษาอีสาน และเสียงคุณย่ารำพึงรำพันถึงผู้เสียชีวิต ก็ยิ่งทำให้คิดถึงลูกหลานของตนเอง หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวตนก็คงทนไม่ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังแสดงความห่วงใยถึงขั้นตอนการจัดการศพในต่างประเทศที่มีความซับซ้อน ทั้งเรื่องการชันสูตรและการประสานงานนำร่างกลับบ้านเกิด ซึ่งต้องใช้เวลาและสร้างความลำบากใจให้ครอบครัวอย่างมาก พร้อมส่งกำลังใจให้คุณย่าและครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมฝากเตือนใจแฟน ๆ ให้หันมาดูแลสุขภาพ อยากให้อยู่ด้วยกันยาว ๆ ถึง 90-100 ปี ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียก่อนวัยอันควร
ด้านข่าวดีของครอบครัว “หม่ำ” ได้อัปเดตแพลนงานแต่งงานของลูกชาย “มิกซ์ เพทาย” ที่คบหาดูใจกับแฟนสาว “อาย ธนัฏฐา” มานานกว่า 7-8 ปี โดยมีกำหนดจัดงานขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม ปี 2570 คาดว่าจะมีแขกมาร่วมงานจำนวนมาก
“หม่ำ” ยังได้กล่าวหยอกล้อเพื่อน ๆ นักแสดงตามสไตล์ว่า หากใครจะมาร่วมงานแล้วใส่ซอง 500 บาทก็ไม่ต้องมา เพราะไม่คุ้มค่าอาหารบุฟเฟต์ พร้อมแซวเรื่องสินสอดว่าเตรียม "ทองม้วนเป็นปี๊บ" ไว้ให้กินกันเต็มอิ่ม ทั้งนี้ “หม่ำ” เปิดใจว่า แม้ตนเองจะเคยรู้สึกเสียดายเงินจากประสบการณ์งานแต่งของลูกสาว (เอม) จนเคยคิดอยากให้จัดแบบเรียบง่าย นิมนต์พระมาถวายสังฆทานก็พอ แต่ก็เข้าใจดีว่าเป็นงานสำคัญครั้งเดียวในชีวิตของลูก จึงพร้อมซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ และยอมรับว่าคาดหวังอยากได้ "หลานชายแฝด" ทันทีหลังแต่งงาน เพราะปัจจุบันมีหลานสาวสุดซนแล้ว 2 คน
ปิดท้ายด้วยเรื่องสุขภาพของเพื่อนร่วมวงการอย่าง “สุนารี ราชสีมา” ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หม่ำเผยว่าได้โทรศัพท์ไปพูดคุยเรียบร้อยแล้ว น้ำเสียงของสุนารีดูสดใส ร่าเริง และยังคงพูดคุยหยอกล้อเรื่องสัปดนตลกขบขันกันได้ตามปกติ ไม่มีผลกระทบต่อคิวกองถ่ายเพราะถ่ายทำส่วนของตัวเองเสร็จสิ้นไปแล้ว ก่อนที่จะมีอาการป่วยตามมาในอีก 3-4 วันถัดมา
งานนี้ “หม่ำ” ยังได้ย้อนเล่าความฮาซ้ำซ้อนว่า ตนตั้งใจจะเดินทางไปเยี่ยมแต่เกิดการสื่อสารผิดพลาด เดินทางไปที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ แต่แท้จริงแล้ว “สุนารี” เข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งอยู่คนละที่กัน แถมพอไปถึงขึ้นไปบนห้องพักก็ไม่เจอตัวเพราะเจ้าหน้าที่พาตัวไปส่องกล้องอยู่ ต้องใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมง ตนมีธุระต่อจึงต้องเดินทางกลับก่อน แล้วค่อยมาต่อสายโทรศัพท์คุยกันในภายหลัง
Advertisement