
จากกรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียและแรงสั่นสะเทือนไปทั้งสังคม ล่าสุด "หมอก้อง นพ.สรวิชญ์ สุบุญ" นักแสดงหนุ่มดีกรีแพทย์ทหาร ได้ออกมาเคลื่อนไหวแสดงทัศนะอย่างตรงไปตรงมา ทั้งในมุมของการให้ความรู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากอุบัติภัยหมู่ และการตั้งคำถามถึงมาตรการทางกฎหมายรวมถึงการเยียวยาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
“หมอก้อง” เปิดเผยถึงหัวใจสำคัญในการเอาชีวิตรอดจากเหตุเพลิงไหม้ว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ "การมีสติ" ซึ่งแม้ทุกคนจะทราบดีในทางทฤษฎี แต่ในสถานการณ์จริงมักเกิดความตื่นตระหนกจนดึงสติไม่ทัน จึงอยากให้ทุกคนฝึกฝนตนเองในชีวิตประจำวัน ให้รู้จักอยู่ในอาการสงบเมื่อเผชิญเหตุไม่ปกติ เพื่อเปิดประสาทสัมผัสในการฟังเสียงเตือนหรือมองหาผู้นำทาง และที่สำคัญคือต้องไม่แย่งกันหนีจนเกิดเหตุเหยียบกันตาย
นอกจากนี้ยังได้ให้คำแนะนำทางวิชาการแพทย์ในการรับมือกับควันไฟ โดยย้ำว่าต้องรีบหาผ้าชุบน้ำปิดปากและจมูก พร้อมกับก้มตัวลงต่ำทันที เนื่องจากหากร่างกายสูดควันพิษเข้าไปจะทำให้หมดสติและเสียชีวิตก่อนจะหนีออกมาได้ ส่วนกรณีการปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้ (แผลเบิร์น) โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและลำคอ ถือเป็นจุดอันตรายขั้นวิกฤตเพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้เช่นกัน จึงแนะนำว่าควรรีบนำตัวส่งถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุด
เมื่อถามถึงมุมมองต่อมาตรการป้องกันและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ “หมอก้อง” ได้แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับกระแสวิจารณ์ในโลกออนไลน์ที่ว่าไม่ควรเยียวยาผู้ประสบภัยเพียงเพราะไปเที่ยวในสถานอโคจร
โดยเจ้าตัวเผยว่า "สถานที่ดังกล่าวคือสถานบันเทิงที่เปิดอย่างถูกกฎหมาย ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ที่จะไปพักผ่อน แต่สิ่งสำคัญคือสถานที่นั้นต้องมีความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุและพบว่าสถานที่ไม่ได้มาตรฐานหรือทำผิดกฎหมาย รัฐและผู้ประกอบการจึงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และต้องได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม"
พร้อมกันนี้ “หมอก้อง” ยังได้ตั้งคำถามสำคัญส่งตรงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐผู้ดูแลกฎหมาย โดยชี้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซากเพราะผู้ประกอบการบางกลุ่มมักหาช่องว่างหลบเลี่ยงกฎหมาย แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการฝ่าฝืนได้อย่างไร หากปล่อยให้เปิดบริการมาเป็นเวลานานโดยไม่มีการตรวจสอบ ก็ถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง และหน่วยงานในพื้นที่นั้น ๆ ควรต้องออกมาร่วมรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย
Advertisement