
กลายเป็นประเด็นอมยิ้มที่ทำเอาคุณแม่คนเก่งอย่าง “จูน กษมา ศิลาชัย” ถึงกับต้องออกมาเคลียร์ปนเอ็นดู หลังลูกชาย “น้องออก้า” ในวัย 14 ปี ตอบคำถามจากทางบ้านว่า “อยากมีแฟนมีลูก” พร้อมเปิดใจถึงแนวทางการเลี้ยงลูกชายวัยรุ่น และอัปเดตความปังของธุรกิจอาหาร “หม้อแม่จูน” ที่เพิ่งไปโกอินเตอร์ไกลถึงประเทศเกาหลีใต้
“แม่จูน” เผยถึงประเด็นที่ “ออก้า” อยากมีลูกว่า ตนเองไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะรู้ใจลูกชายดีว่า “ออก้า” เป็นคนชอบเด็กและชอบเล่นกับเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนเรื่องจะมีครอบครัวหรือมีแฟน มองว่าให้เป็นไปตามวัยที่เหมาะสม มีหน้าที่การงาน เงินทอง วุฒิภาวะพร้อม ซึ่งน่าจะอีกประมาณ 20-30 ปีข้างหน้า
ยอมรับว่าในวัย 14 ปี ก็มีความเป็นห่วงตามประสาผู้ใหญ่ กลัวลูกชายจะคิดน้อยหรือตามไม่ทันคนอื่น แต่เรื่องเพื่อนผู้หญิงไม่ได้ปิดกั้น สามารถไปเที่ยวไปเดินห้างได้ปกติ เพียงแต่ขอให้บอกผู้ใหญ่และอย่ามีความลับต่อกัน มีอะไรให้มาปรึกษาแม่ได้ตลอด เพราะยุคนี้หากไปตีกรอบหรือบล็อกลูกมากเกินไป เด็กอาจจะไม่กล้าบอกความจริง ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดย “แม่จูน” เผยมุมมองการเลี้ยงลูกว่า “เราเลี้ยงเขา เราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว แต่ความนึกคิดอะไรก็ให้เป็นตามวัย เราไปตีกรอบเขามาก ๆ แทนที่เราจะได้อยู่กับเขานาน ๆ กลับกลายเป็นว่าเราบล็อกเขาหลาย ๆ ทาง พอมีแฟนจรงเขาจะไม่บอกเรา ซวยเลยทีนี้”
ด้าน “น้องออก้า” ยืนยันชัดเจน ตอนนี้ยังไม่มีแฟน ไปไหนมาไหนกับกลุ่มเพื่อน และโฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลัก ส่วนพี่สาว “น้องออกัส” ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเช่นกัน
ซึ่ง “แม่จูน” ยืนยันไม่ได้ห้ามลูก ๆ เรื่องมีแฟน และได้มีการสอนเสมอว่า “เรื่องอะไรพวกนี้ไม่ต้องรีบ ให้ใช้ชีวิตเด็กไปก่อน แฟนเดี๋ยวมีอยู่แล้ว มีแน่ ๆ ตอนนี้ให้เรียนแล้วอยู่กับเพื่อนให้เยอะ ๆ ก่อน”
นอกจากเรื่องลูก ๆ แล้ว “แม่จูน” ยังเผยถึงความสำเร็จของธุรกิจอาหาร “หม้อแม่จูน” ที่ล่าสุดเดินทางไปเปิดบูธในงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีแฟน ๆ ทั้งคนไทยในเกาหลีและชาวต่างชาติต่างมาต่อคิวยาวเหยียดเป็นกิโลเมตร จนทำยอดขายได้ทะลุหลักพันหม้อ
“แม่จูน” เผยว่า การไปครั้งนี้ตั้งใจไปศึกษาตลาดและอยากนำอาหารไทยไปให้คนไทยในต่างแดนได้หายคิดถึงบ้าน ไม่ได้มองเรื่องผลกำไรเป็นหลัก ยอมรับว่าเหนื่อยมากเพราะต้องขนน้ำแกงจากไทยไป แล้วไปลุยหาวัตถุดิบสด ๆ ที่เกาหลี ทำกันสด ๆ แบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกับทีมงาน แต่พอเห็นรอยยิ้มและการต้อนรับที่ดีก็หายเหนื่อย โดยในอนาคตมีแผนเตรียมเข้าพูดคุยกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อศึกษาและขยายตลาดไปยังประเทศอื่น ๆ ต่อไป เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอเมริกา
ส่วนประเด็นดรามาในโลกออนไลน์ที่มีคนมองว่าอาหารราคาแพงขึ้น “แม่จูน” ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า เวลาไปออกบูธตามห้างสรรพสินค้าหรือตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างเพิ่มเข้ามาเป็นปกติของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าเปอร์เซ็นต์ห้าง ค่าสถานที่ ค่าน้ำมัน หรือค่าขนส่งเวลาเดินทางไปต่างจังหวัด แต่หากลูกค้าสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก็ยังคงได้ราคาเดิมไม่ได้ปรับขึ้นแต่อย่างใด
พร้อมยืนยันว่า “หม้อแม่จูน” คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียม คัดไซส์อย่างดี และให้ปริมาณที่เยอะถึง 2 กิโลกรัม ทานได้ทั้งครอบครัว คุ้มค่าสมราคาแน่นอน ซึ่งดราม่าเรื่องราคาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายหรือจิตใจ เพราะสินค้าของตนไม่ใช่สินค้าตามกระแส แต่เป็นสินค้าที่ตั้งใจทำ ลูกค้าที่ซื้อไปส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่ประทับใจในรสชาติแล้วกลับมาซื้อซ้ำ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ และหลังจากนี้เตรียมเปิดตัวเมนูใหม่รวมถึงไซส์ใหม่ ๆ มาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันอีกแน่นอน
Advertisement