
มหากาพย์ดรามาความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินหนุ่มชื่อดัง "ติณติณ" และ "ฟารีดา" เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากทั้งคู่เดินทางเข้าตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ เวลา 09.00 น. ทั้ง "ติณติณ" และ "ฟารีดา" ได้เดินทางมายัง คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ ตามที่ได้นัดหมายไว้ เพื่อเข้ารับการตรวจเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่มารอเกาะติดสถานการณ์
หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจ "คุณฟารีดา" ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าที่มั่นใจ โดยระบุว่ากระบวนการตรวจในส่วนของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้เจอหน้ากับฝ่ายชาย พร้อมย้ำจุดยืนชัดเจนว่า "หนูมั่นใจค่ะ มั่นใจ 100% ว่าเป็นอย่างที่หนูคิด พี่เขาเป็นพ่อเด็กค่ะ ไม่มีอะไรจะพูดอะไรกับเขา" นอกจากนี้ คุณฟารีดายังได้เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ลูกในท้องเป็น "ลูกสาว" เจ้าตัวยังห่วงอีกว่าจะไม่มีเงินถึงคลอด เพราะไม่ได้ทำงาน วอนขอความเห็นใจจากสังคมให้ตนได้กลับไปทำงานเหมือนเดิม เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก
ด้านศิลปินหนุ่ม "ติณติณ" หลังจากเข้ารับการตรวจแล้วเสร็จ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้น โดยเปิดใจว่า "วันนี้รู้สึกโอเคขึ้นมาก และนับจากนี้สิ่งเดียวที่ต้องการคือการรอผลตรวจทางวิทยาศาสตร์"
ในส่วนของขั้นตอนทางการแพทย์ ทางคุณหมอผู้ดูแลเคสได้ออกมาเปิดเผยถึงกระบวนการในห้องปฏิบัติการว่า หลังจากเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมเรียบร้อยแล้ว จะมีการส่งตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดที่ห้องแล็บ ณ ประเทศฮ่องกง โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 14 วัน ในการรอผลตรวจ ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ในลักษณะนี้ มีความแม่นยำสูงมาก มากกว่า 99.99%
ทั้งนี้จากการศึกษาข้อกฎหมายร่วมกับทีมงาน "ทนายพัฒน์" เผยว่าหากผลตรวจออกมาระบุชัดเจนว่า DNA ตรงกับฝ่ายชาย ในแง่กฎหมายจะสามารถแบ่งแนวทางการเรียกร้องออกเป็น 2 ทางเลือกหลัก คือทางเลือกแรกในเรื่องของช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งฝ่ายหญิงจะสามารถเรียกค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างนี้ได้ และทางเลือกที่สองคือเรื่องของค่าใช้จ่ายหลังจากการคลอดบุตรออกมาแล้ว
ซึ่งจะสามารถเรียกร้องในส่วนของค่าอุปการะเลี้ยงดูของตัวเด็กต่อไป ยอมรับว่าที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มีการพูดคุยตกลงในรายละเอียดกัน และปัจจุบันตัว "ฟารีดา" ยังขาดการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่ดีพอในการดูแลตัวเองช่วงตั้งครรภ์ จึงอยากแนะนำให้ผลตรวจออกมาแน่ชัดก่อน แล้วจึงแนะให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามาเจรจาตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายร่วมกัน
ส่วนประเด็นความกังวลหากผลตรวจ DNA ออกมาแล้วไม่ตรง อาจนำไปสู่การถูกฝ่ายชายฟ้องร้องดำเนินคดีกลับนั้น "ทนายพัฒน์" ชี้แจงตามหลักกฎหมายว่า หากผลพิสูจน์ออกมาแล้วไม่เป็นความจริง และทำให้ฝ่ายชายได้รับความเสียหาย ฝ่ายชายก็มีสิทธิ์โดยชอบธรรมตามกฎหมายที่จะยื่นฟ้องกลับได้ตามกระบวนการ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของฝ่ายชายที่ทางตนเองจะไม่ก้าวล่วงสิทธิ์ในส่วนนี้
Advertisement