Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“อู๊ด เป็นต่อ” เครียดปมร่วมทุนชาบู เจอเอกสารจากสรรพากรส่งหา

“อู๊ด เป็นต่อ” เครียดปมร่วมทุนชาบู เจอเอกสารจากสรรพากรส่งหา

10 มิ.ย. 69
15:10 น.
แชร์

“อู๊ด เป็นต่อ” เครียดหน้าตึง! ปมร่วมทุนชาบูส่อแววขึ้นศาล วอนคู่กรณีจ่ายส่วนที่ค้าง หลังโดนสรรพากรไล่บี้

กลายเป็นประเด็นที่แฟน ๆ จับตามอง หลังจากที่นักแสดงตลกชื่อดัง “อู๊ด เป็นต่อ” ปรากฏตัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนหลายคนอดห่วงไม่ได้ว่ากำลังเผชิญวิกฤตทางธุรกิจหรือปัญหาการเงินหรือไม่ ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเปิดใจเคลียร์ปมลับ ยอมรับกำลังมีปัญหาหนักใจเกี่ยวกับเอกสารสัญญาทางธุรกิจร้านชาบูที่เคยร่วมทุนกัน ถึงขั้นต้องตั้งโต๊ะปรึกษาทนายความ แต่อย่างไรก็ยังอยากเจรจาอย่างละมุนละม่อม ไม่อยากให้เรื่องบานปลายถึงขั้นฟ้องร้อง

“อู๊ด” ยอมรับตรง ๆ ว่า ช่วงนี้หน้าตาดูเคร่งเครียดจริง ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากอาการนอนน้อย แต่หลัก ๆ เป็นผลมาจาก "ข้อพิพาทเรื่องเอกสารสัญญาทางธุรกิจ" ในการร่วมลงทุนทำ "ร้านชาบู" ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด และอยู่ในขั้นตอนที่ต่างฝ่ายต่างกำลังให้ทนายความส่วนตัวไล่เช็กเอกสารอย่างละเอียด

ความเดือดร้อนเริ่มส่งผลกระทบชัดเจน เมื่อเจ้าตัวเผยว่าตอนนี้โดนหางเลขเข้าอย่างจัง มีเอกสารจาก "กรมสรรพากร" วิ่งตรงเข้ามาหาตนโดยตรง ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหากระทบกระทั่งภายในของสาขาที่มีข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่า แฟรนไชส์ร้านชาบูสาขาอื่น ๆ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากมีการแยกชื่อบริหารจัดการของแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน "ตอนนี้ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนแล้ว เพราะมีเรื่องเอกสารสรรพากรวิ่งเข้ามาหาโดยตรง แต่อยากหาทางออกที่ดีที่สุด ไม่อยากฟ้องร้องดรามา"

เมื่อถามถึงแนวทางการจัดการหลังจากนี้ ตนย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้เรื่องราวบานปลายไปจนถึงขั้นสาดโคลนว่าใครโกงใคร และไม่อยากให้กลายเป็นคดีความใหญ่โตในชั้นศาล เพราะการขึ้นศาลจะทำให้เสียทั้งประวัติและชื่อเสียงด้วยกันทั้งสองฝ่าย รวมถึงองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

สิ่งที่ต้องการในตอนนี้คือ อยากให้คู่กรณีซึ่งล้วนแต่เป็นคนกันเอง ออกมาแสดงสปิริต หันหน้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกัน และเข้ามาแสดงความรับผิดชอบด้วยการ "จ่ายในส่วนที่ควรจะต้องจ่ายจำนวนเต็ม" ดีกว่าเอาอารมณ์หรือความยึดมั่นถือมั่นมาเป็นตัวตั้ง เพราะหากปล่อยให้ถึงขั้นฟ้องร้อง ทุกฝ่ายก็ต้องวิ่งหาเงินมาประกันตัวและสู้คดี ซึ่งมีแต่จะสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมให้หนักกว่าเดิม

ท้ายที่สุด “อู๊ด เป็นต่อ” ได้ฝากข้อคิดเตือนใจจากประสบการณ์ตรงว่า ข้อพิพาททางธุรกิจในลักษณะนี้ มักเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิด คนสนิท หรือคนที่เคยรักและไว้วางใจกันแทบทั้งสิ้น แต่สุดท้ายกฎหมายก็ต้องดำเนินไปตามกระบวนการ และทำให้มองหน้ากันไม่ติดในที่สุด

ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองและเงินทองหาลำบากเช่นนี้ ตนอยากให้หันหน้ามาคุยกันดี ๆ เพราะหากต้องเสียเงินเสียทองไปกับคดีความอีก มันจะยิ่งกระทบกระเทือนเป็นลูกโซ่ไปถึงครอบครัวและธุรกิจอื่น ๆ พร้อมส่งท้ายด้วยการขอบคุณแฟนข่าวอมรินทร์ทีวีทุกคนที่ยังรัก เอ็นดู และส่งความห่วงใยมาให้เสมอ

Advertisement

แชร์
“อู๊ด เป็นต่อ” เครียดปมร่วมทุนชาบู เจอเอกสารจากสรรพากรส่งหา